ยานยนต์ คู่มือที่ใช้ได้จริง
พรมปูรถ

เปรียบเทียบพรมพื้นรถยนต์ JustMate กับพรมหุ้มเต็มคันแบรนด์อื่น: คุณภาพและความคุ้มค่าที่ควรรู้

เปรียบเทียบพรมพื้นรถยนต์ JustMate กับแบรนด์พรมหุ้มเต็มคันอื่นในตลาด เจาะลึกเรื่องวัสดุ ความปลอดภัยในการเข้ารูป และความคุ้มค่าเพื่อช่วยให้คุณเลือกพรมที่เหมาะกับรถยนต์ของคุณที่สุด

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การขับขี่รถยนต์ในประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ท้าทายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนจัดในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิภายในห้องโดยสารที่จอดตากแดดอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือพายุฝนในฤดูมรสุมที่พาเอาความชื้น ดิน โคลน และน้ำฝนเข้ามาสะสมอยู่ภายในรถยนต์ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การเลือกพรมปูพื้นรถยนต์กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะพรมหุ้มเต็มคัน (All-weather/Full-coverage floor mats) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยปกป้องพรมกำมะหยี่เดิมของตัวรถได้อย่างครอบคลุม หนึ่งในแบรนด์ที่ผู้ใช้รถหลายคนให้ความสนใจและพูดถึงบ่อยครั้งคือ JustMate ซึ่งมักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับแบรนด์พรมหุ้มเต็มคันอื่นๆ ในตลาด เพื่อค้นหาว่าแบรนด์ใดจะให้ความคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจว่าพรมปูพื้นรถยนต์แบรนด์ใด “คุ้มค่ากว่ากัน” นั้น ไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัวสำหรับทุกคน เนื่องจากความคุ้มค่าที่แท้จริงขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคลหลายประการ เช่น ความพอดีในการเข้ารูปกับรถยนต์รุ่นนั้นๆ วัสดุที่เลือกใช้ซึ่งต้องทนทานต่อสภาพอากาศ ตลอดจนงบประมาณที่ผู้ใช้ตั้งไว้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องตระหนักถึงเป็นอันดับแรกก่อนเรื่องความสวยงามและความคุ้มค่าก็คือ “ความปลอดภัยในการขับขี่” โดยพรมปูพื้นรถยนต์ที่ดีจะต้องไม่เลื่อนไถลและไม่เข้าไปขัดขวางการทำงานของแป้นคันเร่ง แป้นเบรก หรือที่พักเท้าอย่างเด็ดขาด บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกและเปรียบเทียบคุณสมบัติต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อพรมปูพื้นรถยนต์ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับรถยนต์ของคุณ

เกณฑ์สำคัญในการประเมินพรมหุ้มเต็มคัน

ก่อนที่จะทำการเปรียบเทียบระหว่าง JustMate กับแบรนด์อื่นๆ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินคุณภาพของพรมหุ้มเต็มคันเสียก่อน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างเป็นกลางและปลอดภัยที่สุด โดยเกณฑ์แรกที่ต้องพิจารณาคือ ความปลอดภัยและการเข้ารูป พรมหุ้มเต็มคันที่ดีจะต้องได้รับการออกแบบมาอย่างแม่นยำเพื่อหลบเลี่ยงชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ ของตัวรถ ขอบพรมต้องไม่โก่งงอหรือเผยอขึ้นมาจนไปขัดกับแป้นเหยียบต่างๆ นอกจากนี้ ด้านใต้ของพรมจะต้องมีปุ่มกันลื่นหรือมีระบบยึดเกาะที่แน่นหนาพอที่จะป้องกันไม่ให้พรมเลื่อนไถลไปข้างหน้าในขณะขับขี่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้หากพรมเข้าไปค้ำใต้แป้นเบรกหรือคันเร่ง

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

เกณฑ์ประการที่สองคือ วัสดุและความเสถียรต่อสภาพอากาศ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยมีความร้อนชื้นสูง รถยนต์ที่จอดตากแดดเป็นเวลานานจะสะสมความร้อนไว้ภายในห้องโดยสารอย่างมาก พรมปูพื้นรถยนต์จึงต้องทำจากวัสดุที่มีความเสถียรสูง ไม่บิดเบี้ยว เสียรูปทรง หรือละลายเมื่อได้รับความร้อน และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่มีการปล่อยสารเคมีหรือกลิ่นฉุนที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของผู้โดยสารออกมาเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น

เกณฑ์ประการที่สามคือ การกันน้ำและสิ่งสกปรก หน้าที่หลักของพรมหุ้มเต็มคันคือการปกป้องพื้นรถเดิม ดังนั้น พรมจะต้องมีคุณสมบัติในการกันน้ำได้ 100% และมีขอบยกสูงที่ช่วยกักเก็บน้ำ โคลน หรือฝุ่นละอองไม่ให้ไหลซึมลงไปสัมผัสกับพรมกำมะหยี่ที่ติดมากับตัวรถ ซึ่งหากเกิดการรั่วซึมขึ้นมา อาจส่งผลให้เกิดความชื้นสะสม เชื้อรา และกลิ่นอับชื้นที่ยากจะกำจัดให้หมดไปในภายหลัง

เกณฑ์สุดท้ายคือ ความคุ้มค่าและอายุการใช้งาน ความคุ้มค่าไม่ได้หมายถึงการเลือกซื้อสินค้าที่มีราคาถูกที่สุดเสมอไป แต่เป็นการพิจารณาอัตราส่วนระหว่างราคาที่จ่ายไปกับระยะเวลาในการใช้งานที่ยาวนานโดยไม่ชำรุดเสียหาย รวมถึงการรับประกันสินค้าจากผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้ว่าหากเกิดปัญหาจากการผลิตจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

เปรียบเทียบ JustMate กับแบรนด์อื่นในมิติที่ผู้ใช้งานให้ความสำคัญ

ในการประเมินว่าพรมปูพื้นรถยนต์ JustMate หรือแบรนด์อื่นๆ มีความคุ้มค่ามากกว่ากัน เราจำเป็นต้องแยกแยะการเปรียบเทียบออกเป็นมิติต่างๆ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เห็นภาพรวมของข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละตัวเลือกอย่างชัดเจน

พรมปูพื้นรถยนต์

วัสดุ ความทนทาน และการทนต่อสภาพอากาศ

วัสดุที่นิยมนำมาใช้ในการผลิตพรมหุ้มเต็มคันในปัจจุบันมีหลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น วัสดุ TPE (Thermoplastic Elastomer) ซึ่งเป็นพลาสติกผสมยางที่มีความยืดหยุ่นสูง ไม่มีกลิ่น ทนความร้อนได้ดีเยี่ยม และทำความสะอาดง่าย แต่อาจจะให้สัมผัสที่ค่อนข้างแข็งคล้ายพลาสติก ในขณะที่วัสดุ XPE (Cross-linked Polyethylene) จะเป็นโฟมที่มีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และช่วยซับเสียงได้ดี แต่อาจมีความทนทานต่อการกดทับน้อยกว่า TPE เล็กน้อย ส่วนพรมที่ทำจากหนัง PU (Polyurethane) สังเคราะห์ มักจะให้ความรู้สึกที่หรูหรา สวยงาม มีลวดลายเย็บที่ประณีต แต่หากเลือกใช้หนัง PU เกรดต่ำ ก็อาจจะเกิดการลอกล่อน ฉีกขาด หรือสะสมความชื้นได้ง่ายหากมีน้ำขัง

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเลือกซื้อพรม JustMate หรือแบรนด์คู่แข่งอื่นๆ แนะนำให้ตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์และข้อมูลจำเพาะที่ระบุโดยผู้ผลิตอย่างละเอียด เพื่อยืนยันประเภทของวัสดุที่แท้จริงแทนการคาดเดาจากชื่อแบรนด์หรือรูปภาพโฆษณาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากการระบุประเภทวัสดุที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณคาดการณ์ความทนทานและการใช้งานในระยะยาวได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ วิธีการตรวจสอบความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนที่สามารถสังเกตได้ง่ายที่สุดคือ การตรวจเช็กเรื่องกลิ่นเคมี หากพรมปูพื้นรถยนต์มีกลิ่นฉุนรุนแรงเมื่อจอดรถตากแดดจัดเป็นเวลานาน นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าวัสดุที่ใช้ผลิตไม่มีความเสถียรต่อความร้อนเพียงพอ หรืออาจมีการใช้กาวและสารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งนอกจากจะทำให้อายุการใช้งานของพรมสั้นลงแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของระบบทางเดินหายใจของทุกคนในรถอีกด้วย

ความพอดีกับรุ่นรถและระบบความปลอดภัย

ความแม่นยำในการเข้ารูปถือเป็นหัวใจสำคัญของพรมปูพื้นรถยนต์ โดยทั่วไปในท้องตลาดจะแบ่งออกเป็นพรมแบบออกแบบเฉพาะรุ่น (Custom-fit) และพรมแบบกึ่งอเนกประสงค์ (Semi-custom) ซึ่งพรมแบบเฉพาะรุ่นจะใช้เทคโนโลยีการสแกนแบบ 3D หรือ 3 มิติ เพื่อให้ได้ขนาดที่พอดีกับส่วนโค้งเว้าของพื้นรถแต่ละรุ่นอย่างแท้จริง ในขณะที่แบบกึ่งอเนกประสงค์อาจจะต้องมีการตัดแต่งหรืออาจจะเหลือช่องว่างบางส่วนที่ไม่พอดี ซึ่งอาจส่งผลต่อความสวยงามและความปลอดภัย

แบรนด์ชั้นนำรวมถึง JustMate มักจะชูจุดเด่นเรื่องการออกแบบที่ตรงรุ่นและมีระบบจุดยึด (Clips หรือ Retainers) ที่ออกแบบมาให้ตรงกับตัวล็อกเดิมที่ติดตั้งมากับตัวรถจากโรงงาน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคจำเป็นต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ของพรมกับปีที่ผลิตรถยนต์และรุ่นย่อยของตนเองอย่างละเอียด เนื่องจากรถยนต์รุ่นเดียวกันแต่คนละปี หรือคนละรุ่นย่อย (เช่น รุ่นเครื่องยนต์สันดาปทั่วไปเทียบกับรุ่นไฮบริดที่มีการจัดวางแบตเตอรี่ใต้เบาะ หรือรุ่นที่มีช่องแอร์หลัง) อาจจะมีรูปทรงของพื้นรถที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ในด้านความปลอดภัย ขอบเขตที่สำคัญที่สุดคือพรมจะต้องไม่ขยับเขยื้อนในระหว่างการขับขี่ และขอบของพรมจะต้องไม่เข้าไปใกล้รางเลื่อนของเบาะนั่งจนทำให้ปรับเบาะไม่ได้ หรือที่อันตรายที่สุดคือต้องไม่ขัดขวางการเคลื่อนที่ของแป้นเหยียบคันเร่งและแป้นเบรกอย่างเด็ดขาด หากคุณติดตั้งพรมแล้วพบว่าแป้นเหยียบทำงานไม่สะดวก หรือพรมมีลักษณะค้ำยันแป้นเหยียบ ให้หยุดใช้งานพรมผืนนั้นทันทีและติดต่อผู้ขายเพื่อแก้ไขหรือเปลี่ยนสินค้าเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่

ความสะดวกในการทำความสะอาดและการดูแลรักษา

รูปแบบพื้นผิวของพรมหุ้มเต็มคันมีผลอย่างมากต่อความยากง่ายในการดูแลรักษา พรมที่มีลวดลายซับซ้อน เช่น ลายข้าวหลามตัด ลายเพชร หรือพรมที่มีการเย็บด้ายนูนหนา มักจะช่วยดักฝุ่นและสิ่งสกปรกได้ดี แต่อาจจะมีข้อจำกัดในการทำความสะอาดที่ต้องใช้เวลาในการเช็ดถูตามซอกมุมมากกว่า ในขณะที่พรมที่มีพื้นผิวเรียบหรือมีร่องระบายน้ำขนาดใหญ่จะสามารถเช็ดทำความสะอาดและทำให้แห้งได้รวดเร็วกว่า แต่อาจจะมองเห็นคราบฝุ่นละอองได้ชัดเจนกว่าเช่นกัน

สำหรับการดูแลรักษาและทำความสะอาดพรมหุ้มเต็มคันอย่างปลอดภัยและไม่ทำลายเนื้อวัสดุ แนะนำให้ใช้วิธีการที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เริ่มจากการใช้เครื่องดูดฝุ่นเพื่อกำจัดเศษผงและฝุ่นละอองออกก่อน จากนั้นให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดพื้นผิว หากมีคราบสกปรกที่ฝังแน่น สามารถใช้สบู่อ่อนๆ ผสมน้ำเจือจางในการเช็ดทำความสะอาดได้

ข้อควรระวังที่สำคัญคือ ห้ามใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของตัวทำละลายเข้มข้น หรือแปรงขนแข็งในการขัดถูผิวพรมอย่างเด็ดขาด เนื่องจากสารเคมีและแปรงที่แข็งเกินไปอาจทำลายสารเคลือบผิวพรม ส่งผลให้คุณสมบัติในการกันน้ำเสื่อมสภาพลง หรือทำให้พื้นผิวหนังสังเคราะห์เกิดรอยขีดข่วนและฉีกขาดได้ง่าย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำการดูแลรักษาที่ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตแต่ละแบรนด์เสมอ

ตารางสรุปข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ

เพื่อช่วยให้คุณสามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติระหว่างพรมปูพื้นรถยนต์ JustMate และแบรนด์พรมหุ้มเต็มคันอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ตารางด้านล่างนี้ได้รวบรวมมิติสำคัญที่ต้องตรวจสอบจากข้อมูลจำเพาะของสินค้าจริงก่อนการตัดสินใจซื้อ

มิติการเปรียบเทียบ (Comparison Dimension)JustMate (สิ่งที่ต้องตรวจสอบจากสเปก)แบรนด์อื่นทั่วไป (สิ่งที่ต้องตรวจสอบจากสเปก)คำแนะนำในการตรวจสอบ (Verification Tips)
ประเภทวัสดุตรวจสอบประเภทวัสดุที่ระบุบนฉลาก (เช่น TPE, XPE หรือ PU) ว่าตรงกับความต้องการใช้งานหรือไม่ตรวจสอบชนิดของวัสดุหลักและวัสดุซับในว่ามีความทนทานและปลอดภัยต่อสุขภาพขอเอกสารยืนยันประเภทวัสดุหรือใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของสารเคมีจากผู้ขาย
ระบบยึดติดกับพื้นรถเช็กจำนวนและตำแหน่งของตัวล็อก (Clips) ว่าตรงกับปุ่มล็อกเดิมของรถรุ่นของคุณหรือไม่ตรวจสอบว่ามีแถบตีนตุ๊กแกหรือปุ่มกันลื่นใต้พรมเพื่อป้องกันการลื่นไถลหรือไม่ทดลองวางทาบกับพื้นรถจริงและดึงเบาๆ เพื่อดูว่าพรมขยับเขยื้อนได้ง่ายหรือไม่
การกันน้ำและฝุ่นตรวจสอบความสูงของขอบพรมและการเชื่อมต่อของตะเข็บว่ามีการป้องกันการรั่วซึมได้ดีเพียงใดดูการออกแบบร่องดักฝุ่นและน้ำว่าสามารถกักเก็บสิ่งสกปรกได้ดีหรือไม่ตรวจสอบรอยเย็บและขอบมุมต่างๆ ว่าไม่มีช่องว่างที่น้ำจะไหลซึมลงสู่พื้นรถด้านล่างได้
การรับประกันสินค้าตรวจสอบระยะเวลาและเงื่อนไขการรับประกัน เช่น การรับประกันการเสียรูปทรง หรือการฉีกขาดเช็กนโยบายการรับประกันของผู้ผลิตรายอื่นว่าครอบคลุมกรณีใดบ้างและมีระยะเวลานานเท่าใดอ่านเงื่อนไขการรับประกันอย่างละเอียด และเก็บใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อขายไว้เสมอ

หมายเหตุ: ข้อมูลจำเพาะและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามล็อตการผลิต รุ่นย่อยของรถยนต์ และนโยบายของผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตแต่ละราย ผู้อ่านควรทำการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการก่อนทำการสั่งซื้อทุกครั้ง

คำแนะนำในการเลือกซื้อและตรวจสอบก่อนติดตั้ง

การเลือกซื้อพรมปูพื้นรถยนต์หุ้มเต็มคันให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและตรงตามสเปกที่ต้องการนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกแหล่งซื้อ แนะนำให้เลือกซื้อผ่านร้านค้าอย่างเป็นทางการ (Official Store) ของแบรนด์ หรือผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่น่าเชื่อถือซึ่งมีระบบการคุ้มครองผู้ซื้อที่มีมาตรฐาน ในขั้นตอนการสั่งซื้อ คุณต้องระบุรายละเอียดของรถยนต์ให้ครบถ้วนและถูกต้องที่สุด ได้แก่ ยี่ห้อ, รุ่น, ปีคริสต์ศักราชที่ผลิต (Model Year) และรุ่นย่อยของรถยนต์ เช่น ระบุว่าเป็นระบบขับเคลื่อนสองล้อหรือสี่ล้อ มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังหรือไม่ หรือเป็นรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดหรือไม่ เพื่อให้ทางร้านจัดส่งพรมที่เข้ารูปได้อย่างพอดีที่สุด

หลังจากที่ได้รับสินค้าเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะนำไปใช้งานจริงบนท้องถนน ควรทำการตรวจสอบความปลอดภัยตามรายการเช็กพอยต์ (Checklist) ดังต่อไปนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าการติดตั้งพรมปูพื้นรถยนต์จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ในระหว่างการขับขี่:

  1. ทดสอบระยะการเหยียบแป้นเบรกและคันเร่ง: หลังจากติดตั้งพรมเสร็จสิ้น ให้ลองเหยียบแป้นคันเร่ง แป้นเบรก และคลัตช์ (ถ้ามี) ลงไปจนสุดระยะการทำงาน (Full travel) หลายๆ ครั้ง เพื่อสังเกตว่าขอบพรมหรือตัวพรมเข้าไปขัดขวาง บีบอัด หรือทำให้แป้นเหยียบคืนตัวช้าลงหรือไม่ หากพบว่ามีการติดขัดแม้เพียงเล็กน้อย ให้ปรับตำแหน่งพรมใหม่หรือถอดออกทันที
  2. ตรวจสอบการเลื่อนของเบาะนั่ง: ลองทำการเลื่อนเบาะนั่งทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสารไปข้างหน้าสุดและถอยหลังสุด เพื่อตรวจสอบว่าขอบพรมไม่เข้าไปขัดขวางรางเลื่อนเบาะ หรือถูกเบาะหนีบจนพรมเสียรูปทรง ซึ่งอาจทำให้พรมโก่งตัวขึ้นมาขัดแป้นเหยียบในภายหลังได้
  3. ตรวจสอบความแน่นหนาของจุดยึด: ตรวจเช็กตัวล็อกพรมหรือกิ๊บล็อกทุกจุดว่าสามารถยึดเข้ากับปุ่มล็อกเดิมของตัวรถได้อย่างแน่นหนาและไม่หลุดออกง่ายเมื่อได้รับแรงกดจากการก้าวขึ้น-ลงรถ

นอกจากนี้ เรื่องของนโยบายการคืนสินค้าก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม แนะนำให้เก็บหลักฐานการสั่งซื้อ ใบเสร็จรับเงิน และกล่องบรรจุภัณฑ์เดิมไว้ในสภาพดีจนกว่าจะมั่นใจว่าพรมเข้ารูปกับตัวรถได้อย่างสมบูรณ์ และไม่มีกลิ่นเคมีที่รุนแรงผิดปกติ หากพบปัญหาเรื่องขนาดไม่พอดีหรือกลิ่นฉุนที่เกินจะยอมรับได้หลังจากผึ่งลมแล้ว คุณจะสามารถดำเนินการติดต่อขอเปลี่ยนสินค้าหรือคืนเงินตามนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคของร้านค้าได้อย่างราบรื่น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

พรมหุ้มเต็มคันสามารถติดตั้งทับพรมเดิมของรถได้หรือไม่

ไม่แนะนำให้ติดตั้งพรมหุ้มเต็มคันซ้อนทับพรมปูพื้นเดิม (เช่น พรมกำมะหยี่หรือพรมยางชิ้นเดิมที่ติดมากับรถ) เนื่องจากความหนาที่เพิ่มขึ้นจากการซ้อนทับกันจะทำให้ระบบล็อกพรมทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และเพิ่มความเสี่ยงอย่างมากที่พรมชิ้นบนจะเลื่อนไถลไปขัดขวางการทำงานของแป้นคันเร่งหรือแป้นเบรก ซึ่งเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยในการขับขี่อย่างยิ่ง ดังนั้น ก่อนทำการติดตั้งพรมหุ้มเต็มคันชุดใหม่ ควรถอดพรมปูพื้นชิ้นเดิมออกให้หมดก่อนเสมอ

หากพรมมีกลิ่นเหม็นเมื่อโดนแดดจัดควรทำอย่างไร

หากพบว่าพรมมีกลิ่นเหม็นอับหรือกลิ่นเคมีเมื่อจอดรถตากแดด วิธีการแก้ไขเบื้องต้นคือการถอดพรมออกจากตัวรถ นำมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำผสมสบู่อ่อนๆ จากนั้นให้นำไปผึ่งลมให้แห้งสนิทในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกและมีร่มเงา โดยควรหลีกเลี่ยงการนำไปตากแดดจัดโดยตรงเพราะอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพเร็วขึ้น หากทำตามขั้นตอนดังกล่าวแล้วและผึ่งลมทิ้งไว้หลายวันแต่กลิ่นเคมีฉุนรุนแรงยังคงอยู่ อาจแสดงว่าวัสดุที่ใช้ผลิตไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยหรือมีความเสถียรต่อความร้อนต่ำ แนะนำให้ติดต่อผู้ขายทันทีเพื่อประเมินเงื่อนไขการเคลมสินค้าหรือขอคืนเงินตามนโยบายการรับประกันของทางร้าน

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์