ยานยนต์ คู่มือที่ใช้ได้จริง
อุปกรณ์เสริมกระบะท้าย

คู่มือเลือกขนาดตาข่ายรถกระบะให้พอดีกับกระบะหลังทุกรุ่น ยึดของแน่นไม่หลุด

คู่มือเลือกขนาดตาข่ายรถกระบะให้พอดีกับกระบะหลังแต่ละรุ่น เรียนรู้วิธีวัดขนาดพื้นที่กระบะที่ถูกต้อง ประเภทตาข่าย และเทคนิคการติดตั้งเพื่อการยึดของที่แน่นหนา ปลอดภัย และถูกต้องตามกฎหมายจราจร

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเลือกขนาดตาข่ายสำหรับคลุมท้ายรถกระบะให้พอดีกับตัวรถและลักษณะการบรรทุก ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันสิ่งของร่วงหล่นระหว่างทางเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอีกด้วย การเลือกซื้ออุปกรณ์ประเภทนี้ หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่า ตาข่าย รถ คอก จำเป็นต้องพิจารณาจากขนาดพื้นที่กระบะจริง ความสูงของสัมภาระที่บรรทุกเป็นประจำ รวมถึงประเภทของวัสดุตาข่าย เพื่อให้การยึดรัดมีประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ร่วมทางบนท้องถนน

การใช้ตาข่ายที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับตัวรถ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่เกินไป ล้วนส่งผลเสียต่อการใช้งานโดยตรง ดังนั้น การทำความเข้าใจวิธีวัดขนาดกระบะหลังที่ถูกต้อง การเลือกประเภทวัสดุที่เหมาะสม และเทคนิคการติดตั้งที่แน่นหนา จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ใช้รถกระบะทุกคนควรทราบก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์เสริมชนิดนี้

ทำไมการเลือกขนาดตาข่ายรถกระบะให้พอดีจึงสำคัญ

การเลือกขนาดตาข่ายคลุมกระบะที่พอดีกับตัวรถส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการขับขี่และการรักษาความปลอดภัยของสัมภาระ หากคุณเลือกใช้ตาข่ายที่มีขนาดเล็กเกินไป แรงดึงที่เกิดขึ้นขณะใช้งานจะเกินขีดจำกัดการรับน้ำหนักและการยืดหยุ่นของวัสดุ ส่งผลให้เส้นใยตาข่ายขาดออกจากกันได้ง่าย ตะขอยึดอาจหลุดจากการเกี่ยวดึงด้วยแรงเค้นที่สูงเกินไป และทำให้สิ่งของที่บรรทุกอยู่กระเด็นออกนอกตัวรถ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนน

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

ในทางกลับกัน การเลือกใช้ตาข่ายที่มีขนาดใหญ่เกินไปก็สร้างปัญหาไม่แพ้กัน ตาข่ายที่เหลือพื้นที่ว่างมากเกินไปจะไม่สามารถสร้างแรงกดทับที่เพียงพอเพื่อยึดเหนี่ยวสิ่งของให้อยู่กับที่ได้ นอกจากนี้ เส้นใยหรือผ้าส่วนเกินของตาข่ายจะปลิวสะบัดตามกระแสลมขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างเสียงรบกวนที่น่ารำคาญ แต่ยังอาจบดบังทัศนวิสัยของกระจกมองหลัง หรือแย่กว่านั้นคือส่วนที่ห้อยย้อยลงมาอาจเกี่ยวเข้ากับสิ่งกีดขวางข้างทาง เสาไฟ หรือรถคันอื่นที่ขับขี่สวนทางมา

นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว การเลือกใช้ตาข่ายที่พอดีและแน่นหนายังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติตามกฎหมายจราจรทางบกในประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกกำหนดให้ผู้ขับขี่ที่บรรทุกสิ่งของต้องจัดป้องกันมิให้สิ่งของนั้นตกหล่น ปลิว กระจาย หรือร่วงหล่นลงบนถนน ซึ่งการใช้ตาข่ายคลุมกระบะที่ไม่ได้มาตรฐานหรือขนาดไม่พอดีจนทำให้ของร่วงหล่น มีโทษปรับตามกฎหมาย และหากก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือชีวิตของผู้อื่น ผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญาอีกด้วย

วิธีวัดขนาดกระบะหลังเพื่อเลือกตาข่ายที่พอดี

เพื่อให้ได้ตาข่ายที่มีขนาดพอดีที่สุด ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการวัดมิติของกระบะหลังอย่างละเอียด โดยห้ามคาดเดาขนาดจากรุ่นรถเพียงอย่างเดียวเนื่องจากรถกระบะแต่ละยี่ห้อ แต่ละปี และแต่ละรูปแบบตัวถัง (เช่น ตอนเดียว, แค็บ หรือสี่ประตู) มีมิติของพื้นที่บรรทุกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ตาข่ายรถกระบะ

ขั้นตอนการวัดความกว้างและความยาวภายใน

การวัดขนาดที่ถูกต้องจะต้องวัดจากขอบด้านในถึงขอบด้านในของกระบะหลังเท่านั้น โดยไม่รวมความหนาของขอบกระบะหรือขอบพลาสติกกันรอย (Bedliner) ให้ใช้ตลับเมตรวัดความกว้างจากผนังกระบะด้านในฝั่งซ้ายไปยังฝั่งขวา และวัดความยาวจากผนังกระบะด้านในฝั่งที่ติดกับห้องโดยสารไปยังฝาปิดท้ายกระบะ การวัดลักษณะนี้จะช่วยให้คุณได้มิติพื้นที่ราบที่แท้จริงสำหรับเปรียบเทียบกับขนาดมาตรฐานของตาข่ายก่อนยืด

การประเมินความสูงของสัมภาระ

มิติความกว้างและความยาวเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอหากคุณมักจะบรรทุกสิ่งของที่มีความสูงเกินขอบกระบะ คุณจำเป็นต้องพิจารณาความลึกของกระบะและระดับความสูงเฉลี่ยของสิ่งของที่บรรทุกเป็นประจำ เพื่อประเมินขนาดตาข่ายที่ต้องครอบคลุม หากคุณบรรทุกของสูง เช่น กล่องลังขนาดใหญ่ หรืออุปกรณ์แคมปิ้ง ตาข่ายจะต้องมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ราบของกระบะเพื่อชดเชยระยะดึงขึ้นในแนวตั้ง โดยทั่วไปควรเลือกขนาดตาข่ายที่เผื่อระยะความสูงของสัมภาระเพิ่มเติมประมาณ 20 ถึง 30 เซนติเมตรจากขนาดพื้นราบ

ผลกระทบจากอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งอยู่ก่อนแล้ว

หากรถกระบะของคุณมีการติดตั้งอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น ฝาครอบกระบะแบบม้วน (Roller shutter) โครงเหล็กด้านข้าง (คอก) หรือโครงหลังคา อุปกรณ์เหล่านี้จะส่งผลต่อตำแหน่งและระยะการเกี่ยวตะขอโดยตรง ตัวอย่างเช่น ฝาครอบกระบะแบบม้วนมักจะกินพื้นที่ขอบกระบะด้านใน ทำให้จุดยึดตะขอบางจุดใช้งานไม่ได้ คุณจึงต้องวัดระยะจากจุดยึดที่ใช้งานได้จริงแทนการวัดขอบกระบะแบบปกติ สำหรับรถที่ติดตั้งคอกเหล็กหรือคอกซิ่ง การเลือกตาข่ายจะต้องพิจารณาความสูงของคอกร่วมด้วยเพื่อให้ครอบคลุมโครงสร้างทั้งหมด

การตรวจสอบตำแหน่งและจำนวนจุดยึด

ก่อนตัดสินใจซื้อ ให้ตรวจสอบตำแหน่งและจำนวนจุดยึด (Tie-down points) หรือห่วงเหล็กที่ติดตั้งมาจากโรงงานในกระบะหลังของรถคุณ รถกระบะบางรุ่นมีจุดยึดมาให้ 4 จุดบริเวณมุมกระบะ ขณะที่บางรุ่นอาจมี 6 หรือ 8 จุดรอบกระบะ การทราบจำนวนและตำแหน่งของจุดยึดจะช่วยให้คุณเลือกตาข่ายที่มีจำนวนตะขอสอดคล้องกัน เพื่อการกระจายแรงดึงที่สมดุลและแน่นหนาที่สุด

ประเภทของตาข่ายรถกระบะและการเลือกตามลักษณะการใช้งาน

ตาข่ายคลุมกระบะที่มีจำหน่ายในท้องตลาดผลิตจากวัสดุและมีรูปแบบโครงสร้างที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองต่อการใช้งานที่เฉพาะเจาะจง การเลือกประเภทที่เหมาะสมกับลักษณะของสิ่งของจะช่วยยืดอายุการใช้งานของตาข่ายและปกป้องสัมภาระได้ดีที่สุด

  • ตาข่ายแบบเชือกยางยืด (Bungee Cord Nets): ผลิตจากเส้นใยยางพาราธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์หุ้มด้วยเส้นใยโพลีเอสเตอร์ มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องความยืดหยุ่นสูง สามารถยืดขยายออกได้กว้างกว่าขนาดปกติค่อนข้างมาก เหมาะสำหรับคลุมสิ่งของชิ้นเล็กถึงขนาดกลางที่มีน้ำหนักเบา เช่น กระเป๋าเดินทาง กล่องพัสดุ หรืออุปกรณ์กีฬา เนื่องจากตัวตาข่ายสามารถโอบรัดรูปทรงที่โค้งมนหรือแปลกตาได้ดี
  • ตาข่ายแบบไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์ถัก (Woven Cargo Nets): ผลิตจากสายเบลท์หรือเส้นใยถักหนาคล้ายกับสายรัดนิรภัย ตาข่ายประเภทนี้ไม่มีความยืดหยุ่นหรือยืดหยุ่นได้น้อยมาก แต่มีความแข็งแรงทนทานสูงมาก ทนต่อแรงดึงและแรงฉีกขาดได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับยึดของหนัก สิ่งของทรงสี่เหลี่ยมที่มีมุมคม หรือวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากทนทานต่อการเสียดสีและไม่ขาดง่ายเมื่อถูกมุมแหลมคมบาด

นอกจากประเภทวัสดุแล้ว ขนาดของช่องตาข่าย (Mesh Size) ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หากคุณมักบรรทุกสิ่งของชิ้นเล็ก เช่น เครื่องมือช่าง หรือกล่องขนาดเล็ก ควรเลือกตาข่ายที่มีช่องขนาดเล็ก (เช่น ขนาด 2×2 นิ้ว หรือ 3×3 นิ้ว) เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งของร่วงหล่นผ่านช่องตาข่ายออกมา แต่หากบรรทุกเฉพาะของชิ้นใหญ่ เช่น ยางรถยนต์ หรือถังน้ำมัน สามารถเลือกใช้ช่องตาข่ายขนาดใหญ่ (เช่น 4×4 นิ้วขึ้นไป) ซึ่งจะช่วยให้น้ำหนักโดยรวมของตาข่ายเบาลงและใช้งานได้สะดวกขึ้น

อีกหนึ่งจุดที่ต้องตรวจสอบคือ สเปกความยืดหยุ่น (Stretch Capacity) ที่ผู้ผลิตระบุบนฉลากสินค้า ตาข่ายยางยืดที่ดีควรระบุอัตราการยืดสูงสุดที่ปลอดภัย (เช่น ยืดได้สูงสุด 1.5 เท่า หรือ 2 เท่าของขนาดปกติ) เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าเมื่อยืดตาข่ายออกไปจนสุดเพื่อคลุมของสูง ตาข่ายจะยังคงรักษาแรงดึงเหนี่ยวรั้งที่มีประสิทธิภาพในการยึดของ ไม่ย้วยหรือสูญเสียแรงกดไป

เทคนิคการติดตั้งและยึดตาข่ายให้แน่นหนา

การติดตั้งตาข่ายอย่างถูกวิธีเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ระบบการยึดรัดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แม้คุณจะเลือกขนาดตาข่ายได้พอดีแล้วก็ตาม แต่หากขั้นตอนการติดตั้งไม่ถูกต้อง สัมภาระก็ยังคงมีโอกาสเคลื่อนที่หรือหลุดร่วงได้

การจัดเรียงสัมภาระก่อนคลุมตาข่าย

ก่อนที่จะกางตาข่ายคลุม ให้ทำการจัดเรียงสิ่งของในกระบะหลังให้เรียบร้อย โดยยึดหลักการวางของที่มีน้ำหนักมากไว้ด้านล่างสุดและอยู่บริเวณกึ่งกลางของกระบะ เพื่อรักษาจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถและกระจายน้ำหนักให้สมดุล จากนั้นจึงวางของที่มีน้ำหนักเบากว่าไว้ด้านบน พยายามจัดสิ่งของให้รวมกลุ่มกันแน่นหนาที่สุดเพื่อลดช่องว่างที่จะทำให้เกิดการเคลื่อนตัวขณะรถวิ่ง

เทคนิคการเกี่ยวตะขอแบบไขว้ (Cross-Lacing)

เมื่อกางตาข่ายครอบคลุมสิ่งของทั้งหมดแล้ว เทคนิคการเกี่ยวตะขอที่แนะนำคือการเกี่ยวแบบไขว้สลับเป็นรูปตัว X หรือการดึงทแยงมุม แทนที่จะเกี่ยวตะขอเข้ากับจุดยึดในแนวตรง การเกี่ยวแบบไขว้จะช่วยเพิ่มแรงกดทับในแนวเฉียง ลดการขยับตัวของสัมภาระทั้งในแนวหน้า-หลังและซ้าย-ขวาเมื่อรถต้องเบรกกะทันหันหรือเลี้ยวโค้งด้วยความเร็ว

ขอบเขตความปลอดภัยในการเกี่ยวตะขอ

โปรดระมัดระวังเป็นพิเศษในการเลือกจุดเกี่ยวตะขอ หลีกเลี่ยงการเกี่ยวตะขอเข้ากับชิ้นส่วนพลาสติกที่เปราะบาง เช่น ขอบกันชนท้าย ฝาครอบไฟท้าย หรือขอบพลาสติกตกแต่งตัวรถ เนื่องจากแรงดึงมหาศาลจากตาข่ายบวกกับแรงเหวี่ยงขณะขับขี่อาจทำให้ชิ้นส่วนพลาสติกเหล่านี้ฉีกขาด แตกหัก หรือเกิดรอยขีดข่วนลึกบนสีรถได้ ควรเกี่ยวตะขอเข้ากับห่วงเหล็กยึดเหนี่ยวที่ออกแบบมาโดยเฉพาะซึ่งยึดติดกับโครงสร้างตัวถังรถที่แข็งแรงเท่านั้น

นอกจากนี้ ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าตาข่ายและสัมภาระที่บรรทุกไม่มีส่วนใดบดบังอุปกรณ์ส่วนควบที่สำคัญของรถ ได้แก่:

  • ไฟท้ายและไฟเบรก
  • ไฟเลี้ยวและไฟถอยหลัง
  • แผ่นป้ายทะเบียนรถ
  • กระจกมองหลังและกล้องมองหลัง (หากมี)

หากพบว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งบดบังทัศนวิสัยหรือสัญญาณไฟ ให้ทำการปรับตำแหน่งสิ่งของหรือพับเก็บมุมตาข่ายส่วนเกินให้เรียบร้อยทันทีก่อนเริ่มขับขี่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกและใช้ตาข่ายคลุมกระบะ

การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทั่วไปเหล่านี้จะช่วยป้องกันความเสียหายต่อตัวรถ สัมภาระ และช่วยยืดอายุการใช้งานของตาข่ายคลุมกระบะให้ยาวนานยิ่งขึ้น

  • การซื้อตาข่ายขนาดฟรีไซส์ (Universal) โดยไม่วัดขนาดจริง: ผู้ใช้รถหลายคนเลือกซื้อตาข่ายที่ระบุว่าใช้ได้กับรถทุกรุ่นเพียงเพราะความสะดวก แต่ในความเป็นจริง ตาข่ายที่กว้างเกินไปจะทำให้เกิดการกระพือและไม่สามารถรัดของได้แน่น ส่วนตาข่ายที่เล็กเกินไปก็จะตึงจนขาด การวัดขนาดจริงของกระบะรถคุณก่อนซื้อจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
  • ละเลยการตรวจสอบสภาพก่อนใช้งาน: สภาพอากาศในประเทศไทยที่มีทั้งแสงแดดจัดและความชื้นสูงจากฝนตกชุก ส่งผลให้วัสดุประเภทเส้นใยและยางยืดเสื่อมสภาพได้เร็ว การใช้งานตาข่ายที่เริ่มเปื่อย มีรอยฉีกขาดเล็กน้อย หรือตะขอโลหะเริ่มมีสนิมขัดถู อาจทำให้ตาข่ายขาดออกจากกันทันทีเมื่อได้รับแรงดึงขณะขับขี่
  • การใช้งานเกินขีดจำกัดการรับน้ำหนัก (Load Capacity): ตาข่ายคลุมกระบะออกแบบมาเพื่อยึดรั้งและป้องกันของร่วงหล่น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักกดทับโดยตรง หากคุณใช้ตาข่ายยางยืดเพื่อรั้งสิ่งของที่มีน้ำหนักมหาศาลไม่ให้ขยับโดยไม่มีสายรัดไฮดรอลิก (Ratchet Tie-down) ช่วยยึดเกาะ ตาข่ายจะขาดและก่อให้เกิดอันตรายได้
  • การเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม: การปล่อยตาข่ายตากแดด ตากฝน หรือทิ้งไว้ท้ายกระบะหลังเสร็จสิ้นการใช้งานเป็นเวลานาน จะทำให้รังสี UV ทำลายโครงสร้างโมเลกุลของยางและเส้นใยสังเคราะห์ ส่งผลให้ตาข่ายสูญเสียความยืดหยุ่นถาวร แข็งกระด้าง และขาดง่ายเมื่อนำมาใช้งานในครั้งต่อไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตาข่ายรถกระบะสามารถซักทำความสะอาดได้หรือไม่

ตาข่ายรถกระบะสามารถทำความสะอาดได้ โดยแนะนำให้ล้างด้วยน้ำสะอาดผสมสบู่อ่อนๆ หรือน้ำยาล้างจานเพื่อขจัดคราบดิน ฝุ่น และคราบน้ำมัน หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง สารฟอกขาว หรือผงซักฟอกสูตรเข้มข้น เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้อาจเข้าไปทำลายเส้นใยโพลีเอสเตอร์และลดประสิทธิภาพการยืดหยุ่นของแกนยางภายใน หลังจากล้างทำความสะอาดแล้ว ให้ผึ่งลมตากให้แห้งสนิทในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ห้ามนำไปตากแดดจัดโดยตรงหรือใช้เครื่องอบผ้าเด็ดขาด เพราะความร้อนสูงจะทำให้ยางยืดเสื่อมสภาพทันที

หากจุดยึดที่กระบะหลังไม่เพียงพอควรทำอย่างไร

หากรถกระบะของคุณมีจุดยึดดั้งเดิมจากโรงงานไม่เพียงพอต่อการเกี่ยวตะขอตาข่าย คุณสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมได้ เช่น ห่วง D-rings หรือรางเลื่อนอเนกประสงค์ (Track Rails) ที่ออกแบบมาสำหรับติดตั้งบริเวณขอบกระบะหรือพื้นกระบะ อย่างไรก็ตาม ก่อนทำการติดตั้งจุดยึดเสริมหรือเจาะยึดอุปกรณ์ใดๆ ลงบนตัวถังรถ ควรตรวจสอบคู่มือประจำรถและปรึกษาช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบโครงสร้างรถ ระบบสีกันสนิม หรือการส่งผลต่อการรับประกันตัวรถ และควรเลือกใช้อุปกรณ์ยึดเหนี่ยวที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยและสามารถรองรับแรงดึงได้อย่างเหมาะสม

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์