สรุปคำตอบ: รถเก่าของคุณเหมาะกับอะแดปเตอร์แบบไหน
สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์รุ่นเก่าที่กำลังมองหาวิธีเชื่อมต่อหรือติดโทรศัพท์รถเข้ากับระบบเครื่องเสียงเดิม เพื่อเปิดเพลงจากแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งหรือรับสายโทรศัพท์แบบแฮนด์ฟรี การใช้อะแดปเตอร์บลูทูธ (Bluetooth Adapter) คือทางออกที่คุ้มค่าและรวดเร็วที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อเปลี่ยนเครื่องเล่นวิทยุใหม่ทั้งหมด
การตัดสินใจเลือกประเภทของอะแดปเตอร์ที่เหมาะสมที่สุด สามารถพิจารณาได้จากเงื่อนไขและพอร์ตเชื่อมต่อที่มีอยู่บนคอนโซลรถของคุณดังต่อไปนี้
หากรถยนต์ของคุณมีช่องเสียบ AUX (ช่องขนาด 3.5 มิลลิเมตร) อุปกรณ์ประเภท AUX Bluetooth Adapter คือตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากให้คุณภาพเสียงที่คมชัด สัญญาณเสถียร และแทบไม่มีเสียงรบกวนภายนอกเข้ามารบกวนการทำงาน
หากรถยนต์ของคุณเป็นรุ่นคลาสสิกที่ไม่มีช่อง AUX แต่ยังมีเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตต์ติดตั้งอยู่ การเลือกใช้ Bluetooth Cassette Adapter หรืออะแดปเตอร์ตลับเทปบลูทูธ จะช่วยให้คุณสามารถเล่นเพลงได้โดยตรงผ่านช่องใส่เทปเดิม โดยไม่ต้องดัดแปลงตัวคอนโซลให้เสียความคลาสสิก
หากรถยนต์ของคุณไม่มีทั้งช่อง AUX และเครื่องเล่นเทป หรือคุณต้องการความสะดวกสบายในการติดตั้งที่ง่ายที่สุด อุปกรณ์ประเภท FM Transmitter จะเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด โดยอุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเสียงผ่านคลื่นวิทยุ FM ไปยังเครื่องรับวิทยุในรถยนต์ของคุณ
อย่างไรก็ตาม คุณต้องตระหนักว่าอะแดปเตอร์บลูทูธภายนอกเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวรับและส่งผ่านสัญญาณเสียงเท่านั้น อุปกรณ์เหล่านี้จะไม่สามารถเข้าไปควบคุมระบบสั่งการดั้งเดิมของรถยนต์ เช่น การแสดงชื่อเพลงบนหน้าจอหน้าปัดเดิม หรือการใช้ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนเพลงในโทรศัพท์ (ยกเว้นปุ่มกดที่ตัวอุปกรณ์อะแดปเตอร์เอง)
ตรวจสอบระบบเสียงและพอร์ตในรถก่อนตัดสินใจ
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ใดๆ มาใช้งานร่วมกับการติดโทรศัพท์รถ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการสำรวจและตรวจสอบสภาพฮาร์ดแวร์ระบบเสียงเดิมของรถยนต์อย่างละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาซื้ออุปกรณ์มาแล้วไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้

เริ่มต้นด้วยการตรวจหาช่องเสียบ AUX ซึ่งมักจะเป็นช่องแจ็คขนาด 3.5 มิลลิเมตร (ขนาดเดียวกับช่องเสียบหูฟังโทรศัพท์รุ่นเก่า) โดยจุดที่มักพบพอร์ตนี้ ได้แก่ บริเวณแผงควบคุมวิทยุด้านหน้า คอนโซลกลางใต้ช่องเก็บของ หรือภายในกล่องเก็บของคอนโซลกลางระหว่างเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสาร เมื่อพบแล้วแนะนำให้ทดลองนำสาย AUX แบบปกติมาเสียบเชื่อมต่อกับแหล่งเสียงอื่นเพื่อทดสอบว่าช่องเสียบดังกล่าวยังคงทำงานได้ดี ไม่มีอาการเสียงขาดๆ หายๆ หรือมีคราบออกไซด์เกาะอยู่ภายในช่องพอร์ต
สำหรับรถยนต์ยุคปี 90 ถึงต้นปี 2000 ที่ยังคงมีเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตต์ติดตั้งอยู่ คุณต้องตรวจสอบว่ากลไกการดึงเทปภายในยังคงทำงานได้ตามปกติหรือไม่ โดยการทดลองใส่ตลับเทปธรรมดาเข้าไปแล้วกดเล่น หากพบว่าเครื่องเล่นเทปมีอาการดึงสายเทปขาด เครื่องเล่นไม่ยอมดึงตลับเทปเข้าไป หรือระบบทำการกลับหน้าเทปอัตโนมัติ (Auto-Reverse) ตลอดเวลาเนื่องจากสายพานภายในหย่อน การเลือกใช้อะแดปเตอร์ตลับเทปบลูทูธอาจไม่สามารถใช้งานได้ และเครื่องเล่นอาจจะดีดตลับอะแดปเตอร์ออกทันที
นอกจากนี้ สภาพอากาศในประเทศไทยที่มีทั้งความร้อนสูงและความชื้นสะสมในช่วงฤดูฝน อาจส่งผลให้หน้าสัมผัสโลหะภายในช่องเสียบต่างๆ เกิดคราบสกปรกหรือสนิมเขียว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเสียงซ่าหรือสัญญาณขาดหาย การทำความสะอาดพอร์ตเชื่อมต่อเหล่านี้ด้วยน้ำยาทำความสะอาดหน้าสัมผัสไฟฟ้า (Contact Cleaner) ชนิดแห้งเร็ว ก่อนการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนำสัญญาณได้อย่างมาก
ข้อควรระวังที่สำคัญคือ หลีกเลี่ยงการพยายามดัดแปลงหรือตัดต่อสายไฟหลังวิทยุเดิมของรถยนต์ด้วยตัวเองเพื่อสร้างพอร์ต AUX หรือพอร์ตจ่ายไฟเพิ่มเติม หากไม่มีความรู้ความชำนาญทางด้านระบบไฟรถยนต์ที่ถูกต้อง เนื่องจากการเชื่อมต่อสายไฟที่ไม่แน่นหนาหรือไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรและส่งผลกระทบต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ของตัวรถได้
เปรียบเทียบอะแดปเตอร์บลูทูธ 3 ประเภทหลัก
การทำความเข้าใจหลักการทำงาน ข้อดี และข้อจำกัดของอะแดปเตอร์แต่ละประเภท จะช่วยให้คุณสามารถเลือกอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านคุณภาพเสียงและความสะดวกในการใช้งานประจำวันได้อย่างแม่นยำ
FM Transmitter (ตัวส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุ)
FM Transmitter ทำงานโดยการรับสัญญาณเสียงดิจิทัลจากโทรศัพท์มือถือผ่านระบบบลูทูธ จากนั้นจะแปลงสัญญาณดังกล่าวให้เป็นคลื่นวิทยุอนาล็อกในย่านความถี่ FM (เช่น คลื่น 87.5 MHz หรือ 108.0 MHz) เพื่อส่งสัญญาณเสียงแบบไร้สายระยะสั้นไปยังเสาอากาศรับสัญญาณวิทยุของรถยนต์
จุดเด่นที่ทำให้อุปกรณ์ประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายคือความง่ายในการติดตั้ง คุณเพียงแค่เสียบตัวเครื่องเข้ากับช่องจุดบุหรี่ขนาด 12V หรือ 24V ของรถยนต์ จากนั้นตั้งค่าความถี่คลื่นวิทยุบนตัวอุปกรณ์ให้ตรงกับความถี่ที่ว่างอยู่บนหน้าจอวิทยุของรถ ก็สามารถใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ ตัวเครื่องมักได้รับการออกแบบให้มีพอร์ต USB สำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือหรือช่องเสียบ Micro SD Card มาให้ในตัว ทำให้เป็นอุปกรณ์อเนกประสงค์ที่ช่วยประหยัดพื้นที่บนคอนโซล
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของระบบ FM Transmitter คือเรื่องของคุณภาพเสียง เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณผ่านคลื่นอากาศ จึงมีโอกาสสูงที่จะถูกสัญญาณจากสถานีวิทยุชุมชนหรือคลื่นวิทยุหลักรบกวน โดยเฉพาะเมื่อขับขี่เข้าใกล้พื้นที่เสาส่งสัญญาณ หรือการใช้งานในเขตเมืองใหญ่ที่มีความหนาแน่นของคลื่นวิทยุสูง ส่งผลให้เกิดเสียงซ่า (Static Noise) หรือเสียงหวีดแทรกเข้ามาในระบบเสียงเป็นระยะ
เงื่อนไขสำคัญในการใช้งานอุปกรณ์ประเภทนี้คือ รถยนต์ของคุณต้องมีช่องจุดบุหรี่ที่ยังจ่ายกระแสไฟได้อย่างเสถียร และคุณต้องคอยปรับเปลี่ยนความถี่คลื่นวิทยุหนีคลื่นที่มีการใช้งานจริงในแต่ละพื้นที่ที่คุณขับรถผ่าน เพื่อรักษาคุณภาพการรับฟังให้ดีที่สุด
AUX Bluetooth Adapter (ตัวรับสัญญาณผ่านช่อง AUX)
AUX Bluetooth Adapter ทำงานเป็นตัวรับสัญญาณบลูทูธจากสมาร์ทโฟน แล้วแปลงสัญญาณเสียงส่งผ่านสายสัญญาณอนาล็อกขนาด 3.5 มิลลิเมตร เข้าสู่ช่องพอร์ต AUX ของเครื่องเสียงรถยนต์โดยตรง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณผ่านสายนำสัญญาณที่เป็นระบบปิด
ข้อดีที่เด่นชัดที่สุดของอุปกรณ์ประเภทนี้คือคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมและมีความเสถียรสูง เนื่องจากสัญญาณเสียงไม่ได้ถูกส่งผ่านชั้นบรรยากาศเหมือนระบบ FM จึงไม่มีปัญหาเรื่องคลื่นวิทยุแทรกซ้อนหรือเสียงซ่ารบกวน คุณจะได้ยินเสียงเพลงที่มีมิติ เบสที่อิ่มหนา และเสียงกลางที่ชัดเจนใกล้เคียงกับการเชื่อมต่อด้วยสายโดยตรง
ในส่วนของข้อเสีย อุปกรณ์ประเภทนี้จำเป็นต้องได้รับการจ่ายไฟเลี้ยงตลอดเวลาการใช้งาน ซึ่งอาจมาจากแบตเตอรี่ในตัวที่ต้องคอยชาร์จไฟอยู่เสมอ หรือต้องเสียบสายชาร์จ USB ค้างไว้กับช่องจ่ายไฟในรถยนต์ ส่งผลให้อาจมีสายไฟระเกะระกะบริเวณคอนโซลกลางหากไม่มีการจัดเก็บสายที่ดี นอกจากนี้ รถยนต์ของคุณจำเป็นต้องมีช่องพอร์ต AUX ที่ใช้งานได้จริงติดตั้งอยู่ก่อนแล้ว
ในการใช้งานจริง คุณต้องกดสลับโหมดการทำงานของเครื่องเสียงรถยนต์ให้อยู่ในโหมด AUX เสมอ และในบางรุ่นที่ไม่มีระบบตัดเสียงรบกวนจากกระแสไฟ (Ground Loop Noise) อาจเกิดเสียงหวีดเบาๆ ตามรอบเครื่องยนต์ขณะเร่งความเร็ว ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการติดตั้งตัวกรองสัญญาณเสียง (Ground Loop Isolator) เพิ่มเติม
Bluetooth Cassette Adapter (อะแดปเตอร์แบบตลับเทป)
Bluetooth Cassette Adapter ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รถยนต์คลาสสิกโดยเฉพาะ ตัวอุปกรณ์มีรูปร่างภายนอกเหมือนตลับเทปคาสเซ็ตต์ทั่วไป แต่ภายในมีการติดตั้งแผงวงจรรับสัญญาณบลูทูธ แบตเตอรี่ขนาดเล็ก และหัวส่งสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะทำหน้าที่เหนี่ยวนำสัญญาณเสียงส่งต่อไปยังหัวอ่านของเครื่องเล่นเทปในรถยนต์
ข้อดีของการใช้งานตลับเทปบลูทูธคือ ช่วยรักษาความดั้งเดิมและดีไซน์คลาสสิกของแผงคอนโซลรถยนต์เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากตัวอุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกสอดเข้าไปอยู่ภายในเครื่องเล่นเทป ทำให้ไม่มีสายไฟหรือตัวเครื่องยื่นออกมาเกะกะสายตา คุณภาพเสียงที่ได้นั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงดี โดยจะดีกว่าระบบ FM Transmitter เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณผ่านระบบสัมผัสแม่เหล็กโดยตรง
ข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาคือ อุปกรณ์ประเภทนี้ทำงานร่วมกับระบบกลไกขับเคลื่อนของเครื่องเล่นเทป ดังนั้นจึงอาจมีเสียงการทำงานของมอเตอร์และเฟืองเกียร์จากเครื่องเล่นเทปดังแทรกออกมาให้ได้ยินเบาๆ ในระหว่างที่เพลงเงียบ และคุณภาพเสียงที่ได้จะขึ้นอยู่กับความสะอาดของหัวอ่านเครื่องเล่นเทปภายในรถยนต์เป็นสำคัญ
เงื่อนไขการใช้งานที่สำคัญคือ แบตเตอรี่ภายในตลับเทปมีขนาดค่อนข้างจำกัดเนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ของตลับเทป คุณจึงจำเป็นต้องนำตลับเทปออกมาชาร์จไฟผ่านพอร์ต USB เป็นระยะเมื่อแบตเตอรี่หมด และต้องหมั่นทำความสะอาดหัวอ่านของเครื่องเล่นเทปในรถยนต์เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองบดบังการส่งผ่านสัญญาณแม่เหล็ก
ตารางเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และเงื่อนไขการใช้งาน
ตารางด้านล่างนี้เป็นการสรุปเปรียบเทียบคุณสมบัติทางเทคนิคและการใช้งานจริงของอะแดปเตอร์บลูทูธทั้ง 3 ประเภท เพื่อช่วยให้คุณสามารถประเมินความเหมาะสมกับรถยนต์ของคุณได้อย่างรวดเร็ว
| ประเภทอุปกรณ์ | วิธีการเชื่อมต่อ | คุณภาพเสียงโดยประมาณ | ความง่ายในการติดตั้ง | เงื่อนไขหลักที่ต้องมีในรถ |
|---|---|---|---|---|
| FM Transmitter | ส่งสัญญาณไร้สายผ่านคลื่นวิทยุ FM | ปานกลาง (อาจมีเสียงซ่ารบกวนจากคลื่นแทรก) | ง่ายที่สุด (เสียบช่องจุดบุหรี่แล้วจูนคลื่น) | ช่องจุดบุหรี่ที่จ่ายไฟได้ และระบบรับสัญญาณวิทยุ FM |
| AUX Bluetooth Adapter | เชื่อมต่อผ่านสายแจ็ค 3.5 มม. เข้าช่อง AUX | ดีมาก (สัญญาณนิ่ง ไม่มีคลื่นรบกวน) | ปานกลาง (ต้องเสียบสายและจัดเก็บสายไฟ) | ช่องเสียบพอร์ต AUX (3.5 mm) ที่ใช้งานได้ปกติ |
| Bluetooth Cassette Adapter | เสียบเข้าช่องเล่นเทปคาสเซ็ตต์ | ปานกลางถึงดี (ขึ้นอยู่กับความสะอาดของหัวอ่าน) | ง่าย (ใส่ตลับเทปเข้าเครื่องเล่น) | เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตต์ที่กลไกภายในยังทำงานได้ปกติ |
ข้อควรระวังในการติดตั้งและการใช้งานบนท้องถนน
การติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมในรถยนต์ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่และการดูแลรักษาระบบไฟของตัวรถ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน
ในด้านความปลอดภัยขณะขับขี่ คุณควรทำการเชื่อมต่อจับคู่บลูทูธระหว่างโทรศัพท์มือถือกับตัวอะแดปเตอร์ให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อนที่จะเริ่มออกเดินทาง หลีกเลี่ยงการก้มลงไปปรับจูนคลื่นความถี่วิทยุ หรือพยายามกดเลือกเพลงผ่านหน้าจอโทรศัพท์ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ เนื่องจากจะทำให้สูญเสียสมาธิในการควบคุมพวงมาลัยและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ แนะนำให้ใช้ระบบสั่งการด้วยเสียงหรือการติดตั้งปุ่มควบคุมบลูทูธแบบไร้สายติดไว้ที่พวงมาลัยเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย
การจัดการสายไฟภายในห้องโดยสารเป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรมองข้าม หากคุณเลือกใช้อุปกรณ์ประเภท AUX Bluetooth Adapter ที่ต้องมีสายเชื่อมต่อและสายจ่ายไฟเลี้ยง ควรจัดเก็บสายไฟเหล่านั้นให้เป็นระเบียบเรียบร้อยโดยใช้คลิปจัดเก็บสายไฟยึดติดกับขอบคอนโซล ระวังอย่าปล่อยให้สายไฟห้อยรุงรังลงมาขวางทางคันเกียร์ เบรกมือ หรือแป้นเหยียบควบคุมด้านล่าง ซึ่งอาจเข้าไปเกี่ยวหรือขัดขวางการทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉินได้
สำหรับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยที่มีแดดจัดและอุณหภูมิสูงมากในระหว่างวัน ความร้อนสะสมภายในห้องโดยสารที่จอดตากแดดทิ้งไว้อาจสูงเกินกว่า 50 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนระดับนี้สามารถส่งผลให้อุปกรณ์พลาสติกเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และอาจทำให้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนที่อยู่ภายในอะแดปเตอร์บลูทูธเกิดการบวมหรือเสื่อมสภาพจนเป็นอันตรายได้ จึงแนะนำให้ถอดอุปกรณ์ประเภทตลับเทปบลูทูธหรืออะแดปเตอร์แบบมีแบตเตอรี่ในตัวออกจากจุดที่โดนแสงแดดโดยตรงเมื่อต้องจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน
ในส่วนของระบบไฟฟ้า รถยนต์รุ่นเก่าบางรุ่นจะมีระบบจ่ายไฟเลี้ยงช่องจุดบุหรี่ตลอดเวลาแม้ว่าจะดับเครื่องยนต์และดึงกุญแจออกแล้วก็ตาม หากคุณใช้งาน FM Transmitter เสียบคาไว้ในช่องจุดบุหรี่ของรถยนต์ประเภทนี้ ตัวอุปกรณ์จะยังคงดึงกระแสไฟจากแบตเตอรี่รถยนต์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากจอดรถทิ้งไว้หลายวันโดยไม่ได้ใช้งาน อาจส่งผลให้แบตเตอรี่รถยนต์หมดประจุจนสตาร์ทรถไม่ติด ดังนั้นจึงควรฝึกให้เป็นนิสัยในการดึงอะแดปเตอร์ออกจากช่องจุดบุหรี่ทุกครั้งหลังดับเครื่องยนต์
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
อะแดปเตอร์บลูทูธทำให้แบตเตอรี่รถหมดได้หรือไม่
อุปกรณ์อะแดปเตอร์บลูทูธโดยทั่วไปใช้กระแสไฟในปริมาณที่น้อยมาก (ประมาณ 1-2 วัตต์) อย่างไรก็ตาม หากรถยนต์ของคุณมีระบบไฟฟ้าที่จ่ายไฟเลี้ยงช่องจุดบุหรี่ตลอดเวลาแม้ดับเครื่องยนต์ และคุณเสียบ FM Transmitter คาทิ้งไว้โดยไม่ได้ขับขี่รถยนต์เลยเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน อุปกรณ์จะค่อยๆ ดึงกระแสไฟจากแบตเตอรี่ไปเรื่อยๆ จนอาจทำให้แบตเตอรี่อ่อนและสตาร์ทรถไม่ติดได้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ถอดอุปกรณ์ออกจากช่องจ่ายไฟทุกครั้งเมื่อจอดรถทิ้งไว้ข้ามคืน หรือเลือกใช้อุปกรณ์รุ่นที่มีสวิตช์เปิด-ปิดไฟในตัว
หากรถไม่มีทั้งช่อง AUX และเครื่องเล่นเทป ต้องทำอย่างไร
ในกรณีที่ระบบเครื่องเสียงเดิมของรถยนต์ไม่มีช่องพอร์ตเชื่อมต่อใดๆ เลย การเลือกใช้ FM Transmitter จะเป็นทางเลือกเดียวที่ง่ายและประหยัดที่สุดโดยไม่ต้องรื้อคอนโซลรถ แต่หากคุณต้องการคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดและไม่มีปัญหาคลื่นวิทยุรบกวนในระยะยาว การเปลี่ยนเครื่องเล่นวิทยุด้านหน้า (Head Unit) ใหม่เป็นขนาด 1-DIN หรือ 2-DIN ที่มีระบบบลูทูธติดตั้งมาในตัวคือทางออกที่ดีที่สุด ทั้งนี้ ก่อนการตัดสินใจซื้อเครื่องเล่นใหม่ ควรตรวจสอบขนาดช่องติดตั้งเดิมของตัวรถและปรึกษาช่างผู้ชำนาญการด้านระบบไฟรถยนต์เพื่อการติดตั้งที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่