ยานยนต์ คู่มือที่ใช้ได้จริง
อุปกรณ์เสริมกระบะท้าย

วิธีเลือกกล่องเก็บของท้ายกระบะให้พอดีกับรถและตอบโจทย์การใช้งาน

คู่มือการเลือกกล่องเก็บของท้ายกระบะ (pickup storage box) ให้พอดีกับขนาดรถและตอบโจทย์การใช้งาน พร้อมวิธีวัดขนาดกระบะที่ถูกต้องและการเลือกวัสดุที่ทนแดดทนฝนในไทย

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเลือกกล่องเก็บของท้ายกระบะ (pickup storage box) ที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงแค่การเลือกกล่องดีไซน์ที่ถูกใจ แต่หัวใจสำคัญคือการเลือกขนาดที่พอดีกับมิติตัวถังรถกระบะของคุณ และตอบโจทย์ลักษณะการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการบรรทุกเครื่องมือช่าง อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง หรือสัมภาระในชีวิตประจำวัน การตัดสินใจเลือกซื้อที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ป้องกันความเสียหายต่อตัวรถ และช่วยยืดอายุการใช้งานสัมภาระของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

การเลือกกล่องเก็บของที่ผิดขนาดหรือติดตั้งอย่างไม่ถูกวิธี อาจส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ บดบังไฟท้าย หรือแม้กระทั่งสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างตัวถังรถยนต์ ดังนั้น ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกซื้อกล่องเก็บของท้ายกระบะใบใหม่ ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของกล่อง วิธีการวัดขนาดพื้นที่กระบะที่ถูกต้อง และการเลือกวัสดุที่ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นเพื่อให้ได้อุปกรณ์เสริมที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด

ประเภทของกล่องเก็บของท้ายกระบะและจุดเด่นของแต่ละแบบ

การทำความเข้าใจประเภทของกล่องเก็บของที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาด จะช่วยให้คุณสามารถคัดกรองตัวเลือกที่ตรงกับความต้องการเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปแล้วกล่องเก็บของท้ายกระบะสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักตามลักษณะโครงสร้างและการใช้งานดังนี้

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

  • กล่องทึบกันน้ำ (Enclosed waterproof boxes): กล่องประเภทนี้มักผลิตจากพลาสติกขึ้นรูปความหนาแน่นสูงหรือโลหะ มีจุดเด่นด้านความแข็งแรงทนทานสูงและมีซีลยางกันน้ำรอบฝาปิด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่มีทั้งฤดูฝนที่ตกชุกและความชื้นสูง ช่วยปกป้องสัมภาระที่มีค่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์แคมป์ปิ้งไม่ให้เปียกชื้นหรือเสียหายจากฝุ่นละอองระหว่างการเดินทาง
  • กล่องลิ้นชัก (Drawer systems): เป็นระบบกล่องเก็บของที่ติดตั้งราบไปกับพื้นกระบะแล้วมีลิ้นชักสไลด์ออกทางด้านท้าย เหมาะสำหรับช่างมืออาชีพหรือผู้ที่ต้องการจัดระเบียบเครื่องมือขนาดเล็กและขนาดกลางอย่างเป็นสัดส่วน จุดเด่นคือช่วยให้เข้าถึงสิ่งของได้ง่ายโดยไม่ต้องปีนขึ้นไปบนท้ายกระบะ และยังสามารถวางสัมภาระอื่นทับไว้บนหลังกล่องลิ้นชักได้อีกด้วย
  • กล่องตาข่ายหรือโครงเหล็ก (Mesh/Cargo cages): อุปกรณ์ประเภทนี้เน้นการแบ่งกั้นพื้นที่ท้ายกระบะเพื่อยึดตรึงสิ่งของชิ้นใหญ่ไม่ให้ขยับเขยื้อน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องบรรทุกสัมภาระที่มีรูปทรงไม่ตายตัว เช่น ถังน้ำมันสำรอง ยางอะไหล่ หรืออุปกรณ์กีฬาที่ต้องการการระบายอากาศที่ดีและไม่มีปัญหาเรื่องการเปียกฝน
  • กระเป๋าหรือกล่องนุ่ม (Soft cargo bags): ผลิตจากผ้าใบหรือวัสดุสังเคราะห์เคลือบสารกันน้ำ มีความยืดหยุ่นสูงและน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการใช้งานชั่วคราวในทริปท่องเที่ยวระยะสั้น จุดเด่นคือสามารถพับเก็บได้ง่ายเมื่อไม่ใช้งาน ทำให้ไม่เสียพื้นที่ท้ายกระบะโดยไม่จำเป็น แต่อาจมีความทนทานและการป้องกันการโจรกรรมที่ต่ำกว่ากล่องประเภทอื่น

วิธีวัดขนาดกระบะและตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกที่ปลอดภัย

การวัดขนาดพื้นที่กระบะท้ายอย่างละเอียดเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเพื่อป้องกันปัญหาซื้อกล่องมาแล้วใส่ไม่ได้ หรือติดตั้งแล้วเบียดกับส่วนอื่นของตัวรถ คุณไม่ควรคาดเดาขนาดจากรุ่นรถเพียงอย่างเดียว เนื่องจากรถกระบะแต่ละรุ่น แต่ละปี และแต่ละสไตล์ตัวถัง (เช่น Single Cab, Space Cab หรือ Double Cab) มีมิติพื้นที่ท้ายกระบะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

pickup storage box

ขั้นตอนการวัดขนาดพื้นที่กระบะที่ถูกต้อง

ในการวัดขนาด ให้ใช้ตลับเมตรวัดค่าต่างๆ ดังนี้

  1. วัดความยาว: วัดจากผนังกระบะด้านในสุดที่ติดกับห้องโดยสาร ยาวมาจนถึงขอบฝาท้ายกระบะด้านใน
  2. วัดความกว้างจุดที่แคบที่สุด: วัดระยะห่างระหว่างซุ้มล้อซ้ายและขวา (Wheel wells) เนื่องจากซุ้มล้อเป็นอุปสรรคสำคัญที่มักทำให้ไม่สามารถวางกล่องเก็บของหน้ากว้างราบกับพื้นกระบะได้
  3. วัดความกว้างจุดที่กว้างที่สุด: วัดจากขอบกระบะด้านในฝั่งซ้ายไปจนถึงขอบกระบะด้านในฝั่งขวา
  4. วัดความสูง: วัดจากพื้นกระบะขึ้นมาจนถึงขอบบนสุดของกระบะ เพื่อตรวจสอบว่ากล่องเก็บของจะยื่นพ้นขอบกระบะขึ้นมาบดบังทัศนวิสัยกระจกหลังหรือไม่

การเผื่อพื้นที่สำหรับอุปกรณ์เสริมอื่น

หากรถกระบะของคุณมีการติดตั้งแผ่นรองพื้นกระบะ (Bed liner) แผ่นยางกันลื่น หรือฝาปิดท้ายกระบะ (Tonneau cover) อยู่แล้ว คุณต้องวัดขนาดพื้นที่โดยหักความหนาของอุปกรณ์เหล่านี้ออกไปด้วย แผ่นรองพื้นกระบะบางประเภทอาจมีความหนาและส่วนโค้งมนบริเวณมุมกระบะที่ทำให้พื้นที่ใช้งานจริงลดลงประมาณ 1-2 นิ้ว ซึ่งอาจส่งผลให้กล่องเก็บของที่มีขนาดพอดีกับตัวถังเปล่าไม่สามารถวางลงได้พอดี

การตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่ปลอดภัย

ความปลอดภัยในการขับขี่เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ก่อนเลือกซื้อกล่องเก็บของและบรรจุสิ่งของลงไป คุณต้องตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกสูงสุด (Payload capacity) จากคู่มือประจำรถยนต์ของคุณเสมอ คำนวณน้ำหนักรวมโดยนำน้ำหนักของตัวกล่องเก็บของเปล่า บวกกับน้ำหนักสัมภาระทั้งหมดที่จะบรรจุ และน้ำหนักของผู้โดยสาร เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำหนักรวมจะไม่เกินขีดจำกัดที่ระบบช่วงล่าง ระบบเบรก และยางของรถยนต์จะรับไหว การบรรทุกน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานอาจส่งผลเสียต่อการทรงตัวของรถ ระยะเบรกที่ยาวขึ้น และอาจทำให้ระบบกันสะเทือนเสียหายได้

เลือกกล่องให้ตรงกับไลฟ์สไตล์: ตั้งแคมป์ ทำงาน หรือใช้ในชีวิตประจำวัน

การเลือกฟีเจอร์ของกล่องเก็บของให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดและใช้งานได้อย่างสะดวกสบายในระยะยาว โดยเราสามารถแบ่งแนวทางการเลือกตามไลฟ์สไตล์หลักได้ดังนี้

สายแคมป์ปิ้งและกิจกรรมเอาท์ดอร์

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ กล่องเก็บของท้ายกระบะควรมีคุณสมบัติในการกันน้ำและกันฝุ่นในระดับสูง เพื่อปกป้องเต็นท์ ถุงนอน และอุปกรณ์ทำครัวจากฝุ่นละอองบนถนนลูกรังและสายฝน นอกจากนี้ ควรเลือกกล่องที่มีระบบล็อกที่แน่นหนาและปลอดภัยเพื่อป้องกันการโจรกรรมเมื่อต้องจอดรถทิ้งไว้ในจุดบริการนักท่องเที่ยว ตัวกล่องควรผลิตจากวัสดุที่แข็งแรงพอที่ฝากล่องจะสามารถรับน้ำหนักเพื่อใช้เป็นโต๊ะวางของชั่วคราวหรือเป็นที่นั่งพักผ่อนในแคมป์ได้

สายทำงานและช่างมืออาชีพ

หากคุณต้องใช้รถกระบะในการขนย้ายเครื่องมือช่าง อุปกรณ์ก่อสร้าง หรืออะไหล่ต่างๆ เป็นประจำ สิ่งสำคัญที่สุดคือความเป็นระเบียบและการเข้าถึงที่รวดเร็ว ควรเลือกกล่องที่มีช่องแบ่งสัดส่วนภายใน ถาดวางเครื่องมือที่ถอดออกได้ หรือระบบกล่องลิ้นชักที่สามารถดึงออกมาใช้งานได้สะดวกแม้ในพื้นที่จำกัด วัสดุของกล่องต้องมีความทนทานสูงต่อแรงกระแทกจากการโยนเครื่องมือ และทนทานต่อคราบน้ำมัน สารเคมี หรือสารทำละลายที่อาจรั่วซึมระหว่างการขนส่ง

สายใช้งานทั่วไปและแม่บ้าน

สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การเก็บของใช้ส่วนตัว รองเท้ากีฬา หรือของที่ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ต คุณต้องการกล่องเก็บของที่มีน้ำหนักเบา สามารถยกเข้าออกจากท้ายกระบะได้ง่ายด้วยตัวคนเดียว และดูแลทำความสะอาดง่าย ไม่มีซอกมุมที่สะสมฝุ่นละอองมากเกินไป กล่องพลาสติกวิศวกรรมขนาดกลางที่มีหูหิ้วและระบบล็อกแบบใช้งานง่าย จะเป็นตัวเลือกที่มีความคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ดีที่สุด

การเลือกวัสดุและระบบยึดติดที่ไม่ทำลายตัวรถ

ความทนทานของกล่องเก็บของและวิธีการติดตั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์และสภาพของตัวรถกระบะเอง การเลือกวัสดุและระบบยึดติดที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสีรถและการเกิดสนิมในอนาคต

การเปรียบเทียบวัสดุหลักของกล่องเก็บของ

  • พลาสติกวิศวกรรม (เช่น Polyethylene ความหนาแน่นสูง): มีจุดเด่นที่น้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิมตลอดอายุการใช้งาน มีความยืดหยุ่นสูงทนต่อแรงกระแทกได้ดี และมักมีราคาที่เข้าถึงง่าย อย่างไรก็ตาม คุณควรตรวจสอบฉลากสินค้าและคำแนะนำจากผู้ผลิตว่ามีการผสมสารป้องกันรังสียูวี (UV stabilizer) หรือไม่ เนื่องจากพลาสติกที่ไม่ได้มาตรฐานอาจกรอบและแตกหักง่ายเมื่อต้องตากแดดจัดในประเทศไทยเป็นเวลานาน
  • อะลูมิเนียม: แข็งแรงทนทานสูง ป้องกันการโจรกรรมได้ดีเยี่ยม และมีรูปลักษณ์ที่ดูพรีเมียม ทนทานต่อสภาพอากาศได้ดีและไม่เป็นสนิม แต่อาจมีน้ำหนักมากกว่าพลาสติกและมีราคาสูงกว่า
  • ผ้าใบกันน้ำ: มีความยืดหยุ่นสูงมาก น้ำหนักเบาที่สุด เหมาะสำหรับการใช้งานชั่วคราว แต่มีความทนทานต่อการฉีกขาดและการป้องกันสิ่งของภายในต่ำกว่าวัสดุประเภทอื่น

ระบบยึดติดที่ปลอดภัยและถนอมตัวรถ

เพื่อรักษาโครงสร้างเดิมของตัวรถและป้องกันปัญหาการสิ้นสุดการรับประกันตัวถังจากศูนย์บริการ คุณควรหลีกเลี่ยงการเจาะยึดสกรูลงบนพื้นกระบะโดยตรง การเจาะรูบนโลหะจะทำลายสารเคลือบกันสนิมของตัวรถและนำไปสู่ปัญหาสนิมกัดกร่อนในระยะยาว ระบบยึดติดที่แนะนำมีดังนี้

  • ตัวล็อกแบบไม่เจาะ (No-drill clamps / J-bolts): เป็นระบบที่ใช้ขอเกี่ยวหรือแคลมป์ยึดเข้ากับขอบกระบะด้านในหรือจุดยึดเดิมของตัวรถ ช่วยให้ยึดกล่องได้อย่างแน่นหนาโดยไม่ต้องเจาะรูใดๆ
  • สายรัดนิรภัย (Tie-down straps): เหมาะสำหรับกล่องเก็บของแบบชั่วคราวหรือกระเป๋าผ้าใบ โดยใช้สายรัดไฮเกรดรัดผ่านห่วงยึดสัมภาระ (Cargo tie-down loops) ที่ติดตั้งมาให้จากโรงงานบริเวณมุมกระบะ
  • การติดตั้งบนรางอเนกประสงค์ (Utility track systems): หากรถกระบะของคุณมีระบบรางเลื่อนติดตั้งมาให้อยู่แล้ว การเลือกกล่องเก็บของที่รองรับการยึดบนรางนี้จะช่วยให้การติดตั้งและปรับตำแหน่งทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย: ไม่ว่าจะเลือกใช้ระบบยึดติดรูปแบบใด คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ทำการยึดกล่องเก็บของเข้ากับตัวรถอย่างแน่นหนาก่อนออกเดินทางทุกครั้ง กล่องที่ไม่ได้ยึดอย่างถูกต้องอาจขยับไถลไปมาทำลายสีรถ หรืออาจกระเด็นออกจากตัวรถเมื่อเกิดการเบรกกะทันหันหรืออุบัติเหตุ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ร่วมทาง

การบำรุงรักษาและข้อควรระวังเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน

หลังจากติดตั้งกล่องเก็บของท้ายกระบะเรียบร้อยแล้ว การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้อุปกรณ์ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น โดยมีแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้

  • ตรวจสอบและทำความสะอาดรูระบายน้ำ: กล่องเก็บของท้ายกระบะหลายรุ่นจะมีรูระบายน้ำ (Drain holes) อยู่ที่ก้นกล่องเพื่อป้องกันน้ำขัง คุณควรตรวจสอบเป็นประจำไม่ให้มีเศษใบไม้ ดิน โคลน หรือเศษขยะเข้าไปอุดตัน เพื่อให้ระบบระบายน้ำทำงานได้ดีและไม่เกิดความชื้นสะสมภายในกล่อง
  • ตรวจเช็คสภาพจุดยึดและสายรัดอย่างสม่ำเสมอ: แสงแดดและความร้อนสะสมจากการจอดรถกลางแจ้งในประเทศไทยสามารถทำให้สายรัดไนลอน ตัวล็อกพลาสติก หรือซีลยางกันน้ำเสื่อมสภาพและกรอบแตกได้เร็วกว่าปกติ ควรหมั่นตรวจเช็คความตึงของสายรัดและสภาพของตัวล็อกทุกๆ 2-3 เดือน หากพบการชำรุดเสียหายให้รีบเปลี่ยนใหม่ทันที
  • การป้องกันรังสียูวี: หากกล่องเก็บของที่คุณเลือกซื้อไม่มีการระบุคุณสมบัติต้านทานรังสียูวีในระดับสูง หรือเป็นกล่องประเภทผ้าใบ/พลาสติกทั่วไป แนะนำให้พยายามจอดรถในที่ร่มเมื่อทำได้ หรือใช้ผ้าคลุมรถยนต์เพิ่มเติมเพื่อช่วยลดการสัมผัสแสงแดดโดยตรง ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานของวัสดุและรักษาสีสันของกล่องไม่ให้ซีดจางเร็วเกินไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กล่องเก็บของท้ายกระบะทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นหรือไม่?

การติดตั้งกล่องเก็บของท้ายกระบะอาจส่งผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้เล็กน้อย โดยมีปัจจัยหลักสองประการคือ น้ำหนักรวมที่เพิ่มขึ้นของกล่องและสัมภาระ ซึ่งทำให้เครื่องยนต์ต้องออกแรงมากขึ้น และแรงต้านอากาศ (Aerodynamic drag) หากคุณเลือกใช้กล่องเก็บของทรงสูงที่ยื่นพ้นขอบกระบะขึ้นมาบดบังลม จะทำให้เกิดแรงต้านลมขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้รถกินน้ำมันมากขึ้น ดังนั้นการเลือกกล่องที่มีความสูงไม่เกินขอบกระบะหรือเลือกรูปทรงที่ลู่ลมจะช่วยลดผลกระทบนี้ได้ดีที่สุด

สามารถติดตั้งกล่องเก็บของเองที่บ้านได้หรือไม่?

หากกล่องเก็บของที่คุณเลือกใช้ระบบยึดติดแบบไม่ต้องเจาะตัวรถ (No-drill) เช่น การใช้แคลมป์หนีบขอบกระบะ J-bolts หรือสายรัดสัมภาระ คุณสามารถดำเนินการติดตั้งเองที่บ้านได้อย่างปลอดภัยโดยใช้เครื่องมือช่างพื้นฐานและปฏิบัติตามคู่มือการติดตั้งที่แนบมากับผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด แต่หากเป็นกล่องเก็บของระบบลิ้นชักขนาดใหญ่ที่ต้องมีการดัดแปลงโครงสร้างตัวถัง หรือกล่องที่มีการต่อพ่วงระบบไฟฟ้าภายใน (เช่น ไฟส่องสว่างหรือช่องชาร์จไฟ) แนะนำให้เข้ารับบริการจากร้านผู้เชี่ยวชาญหรือศูนย์บริการรถยนต์เพื่อความปลอดภัยและป้องกันผลกระทบต่อระบบไฟฟ้ารับประกันของตัวรถ

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์