ยานยนต์ คู่มือที่ใช้ได้จริง
ม่านบังแดดรถ

วิธีเลือกฟิล์มติดกระจกรถยนต์หน้าและข้าง: เลือกค่า VLT ให้ปลอดภัย ถูกกฎหมาย และกันร้อนได้จริง

เจาะลึกวิธีเลือกฟิล์มติดกระจกรถยนต์หน้าและข้าง เลือกค่าความเข้ม (VLT) และสเปกกันความร้อน TSER อย่างไรให้ถูกกฎหมาย ขับขี่ปลอดภัย และกันแดดเมืองไทยได้จริง

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเลือกฟิล์มติดกระจกรถยนต์ในประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นและแดดจัดตลอดทั้งปี ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ หลายคนมักสับสนระหว่างความเข้มของฟิล์มกับความสามารถในการกันความร้อน จนอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดและได้ฟิล์มที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

การเลือกซื้อฟิมล์ติดกะจกรถยนต์ยุคนี้ไม่ได้ดูเพียงแค่ความมืดหรือความสว่างภายนอกเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาถึงค่าการส่องผ่านของแสง สเปกการกันรังสีความร้อน และความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

ทำความเข้าใจค่า VLT และความเข้ม: ทำไมฟิล์มดำถึงไม่ได้แปลว่ากันร้อนดี

ผู้ขับขี่รถยนต์จำนวนมากยังมีความเข้าใจผิดว่า ฟิล์มที่มีสีดำเข้มสนิทจะสามารถกันความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มที่มีสีใสหรือสีอ่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความเข้มของฟิล์มเป็นเพียงการลดปริมาณแสงสว่างที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นตัวแปรหลักในการสะท้อนหรือกักเก็บพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ทั้งหมด

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มคาร์บอน PT-18 Carbon Window Film ฟิล์มติดกระจก ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ (ราคาต่อเมตร)
No Brand ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มคาร์บอน PT-18 Carbon Window Film ฟิล์มติดกระจก ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ (ราคาต่อเมตร) ฿89.00฿107.00 ดูสินค้า →
ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ฟิล์มติดรถยนต์ ฟิล์มอาคาร ฟิล์มติดกระจก ฟิล์มคาร์บอน Black Carbon Window Film(ราคาต่อเมตร)
No Brand ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ฟิล์มติดรถยนต์ ฟิล์มอาคาร ฟิล์มติดกระจก ฟิล์มคาร์บอน Black Carbon Window Film(ราคาต่อเมตร) ฿89.00฿107.00 ดูสินค้า →
ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ สำหลับติดบานน่ารถยนต์ แจ้งความเข้มที่ต้องการในแชทใด้เลยครับ
No Brand ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ สำหลับติดบานน่ารถยนต์ แจ้งความเข้มที่ต้องการในแชทใด้เลยครับ ฿289.00 ดูสินค้า →
ฟิล์มติดรถยนต์ดำเซลามิก ใช้สำหรับติดบานหน้าเต็มบาน แจ้งรุ่นรถในแชท
No Brand ฟิล์มติดรถยนต์ดำเซลามิก ใช้สำหรับติดบานหน้าเต็มบาน แจ้งรุ่นรถในแชท ฿290.00 ดูสินค้า →
ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ฟิล์มอาคาร ฟิล์มติดกระจก ฟิล์มคาร์บอน Nano Carbon Window Film (ราคาต่อเมตร) ส่งไว
d1-fabric ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ฟิล์มอาคาร ฟิล์มติดกระจก ฟิล์มคาร์บอน Nano Carbon Window Film (ราคาต่อเมตร) ส่งไว ฿54.00 ดูสินค้า →
ฟิล์มกรองแสงรถกระบะทุกรุ่น ฟิล์มคาร์บอน แบ่งตัดรายคัน มืดนอกในสว่าง(แท้)
No Brand ฟิล์มกรองแสงรถกระบะทุกรุ่น ฟิล์มคาร์บอน แบ่งตัดรายคัน มืดนอกในสว่าง(แท้) ฿640.00฿650.00 ดูสินค้า →
ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกันแสง ฟิล์มดำคาร์บอน ฟิล์มติดรถยนต์ สำหรับติดกระจกบานข้าง ประตูหน้าและประตูหลัง(ราคาต่อคู่ซ้าย+ขวา)
Nobland ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกันแสง ฟิล์มดำคาร์บอน ฟิล์มติดรถยนต์ สำหรับติดกระจกบานข้าง ประตูหน้าและประตูหลัง(ราคาต่อคู่ซ้าย+ขวา) ฿235.00 ดูสินค้า →
20 ซม.x 150 ซม.กระจกหน้ารถสติกเกอร์ Anti-UV ความเป็นส่วนตัวสติกเกอร์หน้าต่างสําหรับ Auto ด้านหน้ากระจกด้านข้างบล็อกฟิล์ม
No Brand 20 ซม.x 150 ซม.กระจกหน้ารถสติกเกอร์ Anti-UV ความเป็นส่วนตัวสติกเกอร์หน้าต่างสําหรับ Auto ด้านหน้ากระจกด้านข้างบล็อกฟิล์ม ฿84.19฿159.54 ดูสินค้า →

ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า

ค่าแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ VLT (Visible Light Transmission) หรือค่าการส่องผ่านของแสงสว่าง ซึ่งระบุเป็นเปอร์เซ็นต์ ยิ่งค่า VLT สูง แสงสว่างก็ยิ่งผ่านเข้ามาได้มาก ทำให้ฟิล์มดูใสและมองเห็นได้ชัดเจน ในทางตรงกันข้าม ยิ่งค่า VLT ต่ำ แสงก็ยิ่งผ่านได้น้อย ทำให้ฟิล์มมีความเข้มและมืดมากขึ้น โดยในตลาดประเทศไทยมักเรียกความเข้มของฟิล์มสลับกัน เช่น ฟิล์ม 40% (แสงผ่านได้ประมาณ 60%), ฟิล์ม 60% (แสงผ่านได้ประมาณ 40%) และฟิล์ม 80% (แสงผ่านได้ประมาณ 5-10%)

ความร้อนจากแสงแดดประกอบด้วยรังสี 3 ส่วนหลัก ได้แก่ รังสีอุลตร้าไวโอเลต (UV) 3% แสงสว่างที่มองเห็นได้ (Visible Light) 44% และรังสีอินฟราเรด (IR) 53% ซึ่งรังสีอินฟราเรดคือตัวการหลักที่ทำให้เกิดความร้อนสะสมในห้องโดยสาร ฟิล์มย้อมสีธรรมดาที่มีสีดำเข้มอาจช่วยบล็อกแสงสว่างได้ดี แต่หากไม่มีสารเคลือบที่ช่วยสะท้อนรังสีอินฟราเรด ความร้อนก็ยังคงทะลุผ่านกระจกเข้ามาสะสมภายในรถอยู่ดี

ดังนั้น ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการกันความร้อนที่แท้จริงที่คุณต้องพิจารณาคือค่า TSER (Total Solar Energy Rejected) หรือค่าการลดความร้อนรวมจากแสงแดด ยิ่งค่า TSER สูงเท่าใด ฟิล์มก็ยิ่งกันความร้อนได้ดีเท่านั้น และอีกค่าหนึ่งคือ IRR (Infrared Rejection) หรือค่าการลดรังสีอินฟราเรด ซึ่งฟิล์มเกรดพรีเมียมควรมีค่า IRR สูงกว่า 80% ขึ้นไป

นอกจากนี้ ค่าการกันรังสี UV (UV Rejection) ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยฟิล์มกรองแสงที่ได้มาตรฐานในปัจจุบันควรมีความสามารถในการป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้สูงถึง 99% เพื่อช่วยปกป้องผิวหนังของผู้ขับขี่และผู้โดยสารจากความหมองคล้ำและมะเร็งผิวหนัง รวมถึงป้องกันไม่ให้อุปกรณ์คอนโซลและเบาะหนังภายในรถยนต์เกิดการแห้งกรอบ ซีดจาง หรือแตกลายงาก่อนเวลาอันควร

เกณฑ์เลือกฟิล์มกระจกหน้า: เน้นวิสัยทัศน์ความปลอดภัยและการกันร้อนสูงสุด

กระจกบังลมหน้าคือพื้นที่ที่รับแสงแดดโดยตรงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในตัวรถ จึงเป็นจุดที่นำพาความร้อนเข้ามาในห้องโดยสารมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน กระจกหน้าก็เป็นจุดที่สำคัญที่สุดต่อความปลอดภัยและการมองเห็นของผู้ขับขี่ การเลือกฟิล์มสำหรับกระจกหน้าจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์

คำแนะนำสำหรับการเลือกฟิล์มกระจกหน้าคือ ควรเลือกฟิล์มที่มีค่า VLT ไม่ต่ำกว่า 35% ถึง 40% (หรือที่ร้านค้ามักเรียกว่าฟิล์มความเข้ม 40% หรือ 50%) การเลือกฟิล์มที่ใสพอดีจะช่วยรักษาวิสัยทัศน์ในการขับขี่ให้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางในเวลากลางคืน บนถนนที่ไม่มีไฟทาง หรือในขณะที่ฝนตกหนักซึ่งทัศนวิสัยจะลดลงอย่างมาก

เนื่องจากเราต้องการฟิล์มกระจกหน้าที่ค่อนข้างใสแต่ต้องกันความร้อนได้ดีเยี่ยม ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการลงทุนกับฟิล์มที่มีค่า TSER และ IRR สูงที่สุดเท่าที่งบประมาณจะเอื้ออำนวย เทคโนโลยีฟิล์มประเภทนาโนเซรามิกจึงตอบโจทย์จุดนี้ได้ดี เพราะสามารถกันความร้อนได้สูงมากโดยไม่ต้องอาศัยความเข้มของเนื้อฟิล์ม

ในแง่ของข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางจราจรในประเทศไทย แม้จะไม่มีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเปอร์เซ็นต์ความเข้มของฟิล์มกรองแสงอย่างเจาะจงเหมือนในบางประเทศ แต่พระราชบัญญัติจราจรทางบกยังคงมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการห้ามดัดแปลงสภาพรถที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือบดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ ดังนั้น การติดฟิล์มกระจกหน้าที่มืดเกินไปจนมองไม่เห็นทางเดินรถภายนอก จึงมีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายและก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้

อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องระวังคือ ปัญหาการสะท้อนแสง (Glare) และการรบกวนระบบนำทาง ฟิล์มที่มีส่วนผสมของโลหะหรือปรอทสูงอาจทำให้เกิดเงาสะท้อนบนกระจกหน้าเมื่อขับขี่กลางแดดจัด รบกวนสายตา และอาจบล็อกสัญญาณดิจิทัล เช่น GPS, Easy Pass หรือระบบกล้องอัจฉริยะช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) ที่ติดตั้งอยู่บริเวณกระจกมองหลัง ก่อนตัดสินใจติดตั้งจึงควรตรวจสอบคู่มือประจำรถและคำแนะนำจากผู้ผลิตฟิล์มอย่างละเอียด

เกณฑ์เลือกฟิล์มกระจกข้าง: สมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและการใช้งานจริง

กระจกมองข้างและกระจกประตูรถยนต์เป็นจุดที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกความเข้มของฟิล์มให้แตกต่างจากกระจกหน้าได้ เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว บดบังสายตาจากบุคคลภายนอก และช่วยลดแสงจ้าที่ส่องเข้ามาทางด้านข้างของตัวรถ

สำหรับกระจกข้างบานหน้า (ฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า) แนะนำให้เลือกฟิล์มที่มีค่า VLT อยู่ในช่วง 15% ถึง 20% (หรือความเข้มประมาณ 60%) ซึ่งเป็นระดับที่ช่วยให้เกิดความเป็นส่วนตัวพอสมควร แต่ยังคงปลอดภัยเพียงพอในการมองกระจกมองข้างเพื่อเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวรถในเวลากลางคืน

หากเลือกใช้ฟิล์มที่เข้มเกินไป เช่น ฟิล์มที่มีค่า VLT ต่ำกว่า 10% (ความเข้ม 80%) อาจทำให้เกิดอุปสรรคอย่างมากเมื่อต้องขับขี่ในที่มืด หรือเมื่อต้องถอยจอดในอาคารจอดรถที่มีแสงสว่างน้อย ผู้ขับขี่บางรายอาจแก้ปัญหาด้วยการเจาะช่องฟิล์มบริเวณกระจกมองข้าง แต่วิธีนี้อาจทำให้ความสวยงามของรถลดลงและมีแสงแดดเล็ดลอดเข้ามาแยงตาได้ การเลือกฟิล์มที่มีความเข้มปานกลางแต่มีเนื้อฟิล์มที่เคลียร์และเคลือบสารกันความร้อนประสิทธิภาพสูง จึงเป็นทางออกที่สมดุลกว่า

สำหรับกระจกข้างบานหลังและกระจกบานท้าย คุณสามารถเลือกฟิล์มที่มีความเข้มสูงขึ้นได้ตามต้องการเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสารตอนหลัง อย่างไรก็ตาม แม้จะเลือกฟิล์มที่มีความเข้มสูง ก็ยังจำเป็นต้องตรวจสอบค่า TSER และ IRR ให้มั่นใจว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนสะสมจากด้านหลังแผ่กระจายเข้ามาถึงด้านหน้าของตัวรถ

ขั้นตอนการตรวจสอบสเปกและเลือกซื้อฟิล์มก่อนตัดสินใจติดตั้ง

เพื่อป้องกันปัญหาการได้ฟิล์มที่ไม่มีคุณภาพหรือสเปกไม่ตรงตามที่ตกลงไว้ ผู้ขับขี่ควรดำเนินตามขั้นตอนการเลือกซื้อและติดตั้งอย่างเป็นระบบดังต่อไปนี้

  • ขั้นตอนที่ 1: กำหนดงบประมาณและจัดลำดับความสำคัญ
    เริ่มต้นด้วยการตั้งงบประมาณที่คุณสะดวกจ่าย หากงบประมาณมีจำกัด แนะนำให้จัดสรรเงินส่วนใหญ่ไปกับการซื้อฟิล์มกระจกหน้าที่มีคุณภาพสูงและกันความร้อนได้ดีเยี่ยม ส่วนกระจกข้างและกระจกหลังสามารถลดเกรดลงมาเล็กน้อยเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวม
  • ขั้นตอนที่ 2: ขอและตรวจสอบแผ่นข้อมูลจำเพาะ (Spec Sheet) อย่างเป็นทางการ
    อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อหรือการบอกเล่าปากเปล่าของผู้ขาย ให้ขอดูแผ่นสเปกสินค้าที่เป็นทางการจากแบรนด์ผู้ผลิต ตรวจสอบค่า VLT, IRR, TSER และ UV Rejection ให้ชัดเจน และระวังการสับสนระหว่างค่าการกันความร้อนรวม (TSER) กับค่าการกันรังสีอินฟราเรด (IRR) เนื่องจากบางแบรนด์อาจใช้ค่า IRR ที่สูงมาโฆษณาแทนค่า TSER
  • ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบเงื่อนไขและการรับประกันสินค้า
    ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่มีคุณภาพควรมีการรับประกันจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทั่วไปจะครอบคลุมระยะเวลา 5 ถึง 10 ปี ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใบรับประกันครอบคลุมกรณีฟิล์มลอกล่อน กาวเสื่อมสภาพ ฟิล์มเกิดฟองอากาศ หรือสีฟิล์มเพี้ยนเปลี่ยนเป็นสีม่วง
  • ขั้นตอนที่ 4: เลือกศูนย์บริการติดตั้งที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
    การติดตั้งฟิล์มกรองแสงเป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยความประณีต ควรเลือกติดตั้งกับศูนย์บริการที่มีห้องปลอดฝุ่น (Clean Room) และควบคุมระบบปรับอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้มีเม็ดฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเข้าไปฝังตัวอยู่ใต้ชั้นฟิล์มในขณะติดตั้ง นอกจากนี้ ช่างผู้ชำนาญการจะรู้วิธีหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อเส้นไล่ฝ้าที่กระจกหลังและระบบเซนเซอร์ต่าง ๆ ของตัวรถ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ฟิล์มเซรามิกแตกต่างจากฟิล์มดำธรรมดาอย่างไร

ฟิล์มเซรามิก (Nano Ceramic) ผลิตด้วยเทคโนโลยีการเคลือบอนุภาคเซรามิกขนาดเล็กระดับนาโนลงบนเนื้อฟิล์ม ทำให้มีคุณสมบัติเด่นในการสะท้อนรังสีอินฟราเรดได้สูงมาก จึงสามารถกันความร้อนได้ดีเยี่ยมแม้เลือกใช้ฟิล์มที่มีค่าความสว่างสูง (ฟิล์มใส) นอกจากนี้ ฟิล์มเซรามิกไม่มีส่วนผสมของชั้นโลหะ จึงไม่รบกวนหรือบล็อกสัญญาณดิจิทัลทุกชนิด เช่น สัญญาณ GPS, Easy Pass, M-Pass หรือสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ต่างจากฟิล์มดำธรรมดาหรือฟิล์มปรอทที่มักมีปัญหาเรื่องการบดบังสัญญาณเหล่านี้

การติดฟิล์มเข้มเกินไปมีผลต่อการต่อภาษีรถยนต์หรือไม่

ในปัจจุบัน ขั้นตอนการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีเพื่อเสียภาษีรถยนต์ของกรมการขนส่งทางบกในประเทศไทย ไม่ได้มีการใช้เครื่องมือวัดค่าความเข้มของฟิล์มกรองแสงมาเป็นเกณฑ์หลักในการตัดสินผ่านหรือไม่ผ่านการตรวจสภาพ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจะตกไปอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาว่าฟิล์มมีความมืดเข้มหรือสะท้อนแสงมากเกินไปจนบดบังวิสัยทัศน์ในการขับขี่อย่างชัดเจนจนอาจก่อให้เกิดอันตราย ก็อาจถูกเรียกตรวจสอบและเปรียบเทียบปรับได้เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์