การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ในประเทศไทยในช่วงฤดูมรสุมหรือวันที่มีฝนตกชุก ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของไรเดอร์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงานในเมืองทุกวัน ขี่รถส่งของ หรือเดินทางท่องเที่ยวระยะไกล การมีอุปกรณ์ป้องกันน้ำฝนที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด ท่ามกลางตัวเลือกมากมายในท้องตลาด การตัดสินใจเลือกซื้อเสื้อแจ็คเก็ตกันฝน หรือ rain jackets สักตัวมักสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งาน เนื่องจากเสื้อกันฝนมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบคลุม (Poncho) แบบเสื้อเดี่ยว และแบบชุดแยกชิ้น (Two-piece Suit) ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป
การเลือกเสื้อกันฝนที่เหมาะสมไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ความสามารถในการกันน้ำเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงประเภทของรถมอเตอร์ไซค์ที่คุณใช้งาน ระยะทางในการเดินทาง ความเร็วที่ใช้ และความปลอดภัยในขณะขับขี่บนท้องถนนที่เปียกลื่น การเลือกทรงเสื้อกันฝนที่สอดคล้องกับสไตล์การขี่จะช่วยให้คุณเดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย แห้งสบาย และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทำความรู้จักเสื้อกันฝน 3 ทรงหลักและจุดเด่นของ rain jackets แต่ละประเภทก่อนเลือกใช้งาน
การเข้าใจโครงสร้างพื้นฐาน ข้อดี และข้อจำกัดของเสื้อกันฝนแต่ละแบบเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเลือกซื้อ เพื่อให้คุณสามารถประเมินความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจริงของตนเองได้อย่างถูกต้อง
สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า
แบบคลุม (Poncho) เสื้อกันฝนทรงหลวมขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาให้สวมคลุมจากศีรษะลงมาจนถึงช่วงขาหรือคลุมตัวรถด้านหน้า จุดเด่นที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความสะดวกรวดเร็วในการสวมใส่และถอดออก สามารถคลุมทับกระเป๋าเป้สะพายหลังหรือสัมภาระขนาดใหญ่ได้ทันที เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่ฝนเทลงมาอย่างกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดร้ายแรงของเสื้อกันฝนแบบคลุมคือการต้านลมที่สูงมาก ชายเสื้อที่พัดโบกสะบัดอย่างรุนแรงเมื่อปะทะลมอาจเข้าไปพันในซี่ล้อรถ โซ่ หรือสเตอร์ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ ชายเสื้อยังอาจปลิวขึ้นมาบดบังทัศนวิสัยของไฟหน้า ไฟเลี้ยว และกระจกมองข้างของตัวรถอีกด้วย
แบบเสื้อ (Jacket) เสื้อกันฝนทรงเสื้อแจ็คเก็ตเดี่ยว หรือ rain jackets เน้นความคล่องตัวสูง มีรูปทรงกระชับเข้ารูปใกล้เคียงกับเสื้อผ้าแฟชั่นหรือเสื้อแจ็คเก็ตทั่วไป สามารถสวมทับเสื้อทำงานหรือเสื้อยืดปกติได้ทันทีโดยไม่ดูเทอะทะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ระยะสั้นถึงปานกลางที่ฝนตกไม่หนักมากนัก หรือการใช้งานในชีวิตประจำวันที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินเข้า-ออกอาคาร อย่างไรก็ตาม หากต้องการการปกป้องร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบ คุณจำเป็นต้องซื้อกางเกงกันฝนแยกต่างหาก เนื่องจากเสื้อเดี่ยวไม่สามารถป้องกันน้ำฝนที่สาดเข้ามาบริเวณท่อนล่างและหัวเข่าขณะขี่รถได้
แบบชุดแยก (Two-piece/Suit) ชุดกันฝนที่ประกอบด้วยเสื้อแจ็คเก็ตและกางเกงกันฝนแยกชิ้นกันอย่างชัดเจน ถือเป็นรูปแบบที่ให้ประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำฝนและลมพายุได้ดีที่สุด ตัวชุดจะมีความกระชับแนบเนื้อไปกับสรีระของผู้ขับขี่ ช่วยลดแรงต้านลมและการกระพือของเนื้อผ้าได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงและการเดินทางระยะไกล ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือความยุ่งยากและใช้เวลาในการสวมใส่และถอดออกมากกว่าแบบอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องสวมทับอุปกรณ์ป้องกันตัวหรือชุดการ์ดขี่รถ
จับคู่ทรงเสื้อกันฝนกับประเภทรถมอเตอร์ไซค์และสไตล์การขี่
การเลือกทรงเสื้อกันฝนให้เข้ากับประเภทของรถมอเตอร์ไซค์และระยะทางในการเดินทาง จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ได้อย่างสูงสุด

รถสกู๊ตเตอร์และการขับขี่ในเมืองระยะสั้น
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถมอเตอร์ไซค์เกียร์อัตโนมัติ รถสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็ก หรือรถครอบครัวทั่วไปที่ใช้เดินทางไปทำงาน ไปเรียน หรือจ่ายตลาดในระยะทางสั้นๆ และใช้ความเร็วต่ำถึงปานกลางในเมือง (ไม่เกิน 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ตัวเลือกที่เหมาะสมคือ แบบคลุม (Poncho) หรือ แบบเสื้อ (Jacket) เนื่องจากเน้นความสะดวกสบายและรวดเร็วในการสวมใส่เมื่อเจอฝนตกกะทันหัน
หากเลือกใช้แบบคลุม ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวเสื้อได้รับการออกแบบมาให้มีช่องใสสำหรับคลุมกระจกมองข้าง หรือมีความยาวพอดีที่ไม่ห้อยลงไปกองกับพื้นจนเสี่ยงต่อการพันล้อรถ นอกจากนี้ หากรถของคุณมีตะกร้าหน้ารถ การใช้แบบคลุมที่สามารถดึงไปคลุมตะกร้าได้จะช่วยป้องกันสัมภาระด้านหน้าไม่ให้เปียกน้ำ แต่ต้องระวังไม่ให้บดบังแสงสว่างจากไฟหน้ารถเพื่อความปลอดภัยตามกฎหมายจราจร
รถบิ๊กไบค์ รถสปอร์ต และการขับขี่ระยะไกล
สำหรับผู้ที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ (Big Bike) รถสปอร์ต รถเน็กเก็ต หรือรถที่ต้องใช้ความเร็วสูงในการเดินทางข้ามจังหวัด เสื้อกันฝน แบบชุดแยก (Two-piece) คือตัวเลือกเดียวที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด เนื่องจากแรงลมปะทะที่ความเร็วสูงจะทำให้เสื้อกันฝนแบบคลุมพัดสะบัดจนควบคุมรถได้ยาก และทำให้น้ำฝนแทรกซึมผ่านรอยต่อของเสื้อผ้าได้ง่าย
การเลือกแบบชุดแยกสำหรับการขี่บิ๊กไบค์ ต้องคำนึงถึงขนาด (Sizing) เป็นพิเศษ โดยขนาดของชุดกันฝนต้องใหญ่พอที่จะสวมทับเสื้อการ์ดหรือชุด Riding Suit ที่มีสนับศอก สนับไหล่ และสนับหลังได้โดยไม่รู้สึกรัดแน่นจนเกินไป เพราะหากชุดรัดตึงเกินไปจะทำให้ขยับตัวลำบาก ส่งผลต่อการควบคุมแฮนด์รถและการทรงตัวในขณะเข้าโค้ง นอกจากนี้ ควรเลือกชุดที่มีสายรัดปรับระดับบริเวณต้นแขน เอว และข้อเท้า เพื่อลดการกระพือของเนื้อผ้าเมื่อปะทะลมแรง
รถคลาสสิกหรือการขับขี่ท่องเที่ยว (Touring)
สายท่องเที่ยวทางไกลหรือผู้ที่ชื่นชอบการขี่รถสไตล์คลาสสิก ทัวร์ริ่ง มักจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนตลอดทั้งวัน ทั้งฝนตก แดดออก และลมหนาว ดังนั้น อุปกรณ์กันฝนที่เลือกใช้จึงต้องมีความสมดุลระหว่างการกันน้ำและการระบายอากาศที่ดี เสื้อกันฝนประเภท แบบเสื้อ (Jacket) คุณภาพสูงที่มีระบบระบายอากาศ หรือ แบบชุดแยก ที่ผลิตจากวัสดุน้ำหนักเบาแต่ทนทานสูง จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
ในการเดินทางไกล ร่างกายจะเกิดความร้อนสะสม หากเสื้อกันฝนไม่มีระบบระบายอากาศที่ดี (เช่น ช่องเปิดระบายลมใต้รักแร้หรือแผ่นหลัง) จะทำให้เกิดเหงื่อและความชื้นสะสมภายในจนรู้สึกเหนียวเหนอะหนะและอึดอัด นอกจากนี้ ควรเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติกันลม (Windproof) ร่วมด้วย เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายไม่ให้หนาวสั่นจากการปะทะลมและฝนเป็นเวลานาน และต้องสามารถพับเก็บได้เล็กกะทัดรัดเพื่อประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าติดท้ายรถ
ปัจจัยเสริมที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกซื้อเสื้อกันฝนสำหรับมอเตอร์ไซค์
เมื่อเลือกทรงที่ต้องการได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณารายละเอียดเชิงลึกของเสื้อกันฝน เพื่อให้มั่นใจว่าเงินที่คุณจ่ายไปจะได้สินค้าที่ใช้งานได้จริง ปลอดภัย และทนทานต่อสภาพอากาศเมืองร้อนชื้นอย่างประเทศไทย
- วัสดุและการกันน้ำ: หลีกเลี่ยงการตัดสินใจเลือกซื้อจากชื่อเรียกของวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ให้สังเกตค่ามาตรฐานการกันน้ำ (Waterproof Rating) ที่ระบุในหน่วยมิลลิเมตร (mm) เช่น 5,000 mm หรือ 10,000 mm ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งกันน้ำได้ดีภายใต้แรงดันน้ำแรงๆ นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "รอยต่อและตะเข็บ" เสื้อกันฝนที่ดีต้องมีการซีลตะเข็บด้วยเทคโนโลยีความร้อน (Sealed seams / Taped seams) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมผ่านรูเข็มเย็บผ้า
- การมองเห็นและความปลอดภัย: ทัศนวิสัยในช่วงเวลาที่ฝนตกหนักจะลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในเวลากลางคืน การเลือกเสื้อกันฝนโทนสีมืดอาจทำให้ผู้ใช้ถนนคนอื่นมองไม่เห็นคุณ ควรเลือกเสื้อกันฝนที่มีสีสันสดใสสะดุดตา เช่น สีเหลืองนีออน สีส้มสะท้อนแสง หรืออย่างน้อยที่สุดต้องมีแถบสะท้อนแสง (Reflective strips) ขนาดใหญ่บริเวณบ่า แขนเสื้อ และแผ่นหลัง เพื่อสะท้อนไฟจากรถคันอื่น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน
- การออกแบบเฉพาะทาง: เสื้อกันฝนสำหรับขี่มอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะจะมีรายละเอียดต่างจากเสื้อกันฝนทั่วไป เช่น ชายเสื้อด้านหลังที่ยาวกว่าปกติ (Drop tail) เพื่อรองรับการก้มตัวขณะขี่รถไม่ให้น้ำไหลย้อนเข้ากางเกง ปลายแขนเสื้อต้องเป็นแบบยางยืดรัดรูปหรือมีแถบตีนตุ๊กแก (Velcro) เพื่อรัดข้อมือให้แน่น ป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนเข้าแขนเสื้อเมื่อยกมือจับแฮนด์รถ และควรมีซิปสองชั้นพร้อมสาบปิดกันลมและน้ำ (Storm flap) ด้านหน้า
ข้อควรระวังและการดูแลรักษาเสื้อกันฝนให้ใช้งานได้นาน
เสื้อกันฝนมอเตอร์ไซค์คุณภาพดีมักมีการเคลือบสารกันน้ำภายนอก (DWR – Durable Water Repellent) และมีแถบกาวซีลตะเข็บภายใน การดูแลรักษาที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้สารเคลือบและแถบซีลเหล่านี้เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เสื้อกันฝนเกิดการรั่วซึมในที่สุด
- การล้างทำความสะอาด: ก่อนทำความสะอาดทุกครั้ง ควรตรวจสอบป้ายคำแนะนำการดูแลรักษา (Care label) ของผู้ผลิตเสมอ หากไม่มีคำแนะนำเฉพาะ ให้ใช้วิธีล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดหรือใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดคราบสกปรก คราบโคลน หรือคราบน้ำมันออกทันทีหลังใช้งาน หากจำเป็นต้องซัก ให้ซักด้วยมืออย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการใช้แปรงขนแข็งขัดถูรุนแรง และห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มหรือผงซักฟอกที่มีสารฟอกขาวเด็ดขาด เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้จะเข้าไปทำลายสารเคลือบกันน้ำและกาวซีลตะเข็บให้หลุดลอก
- การตากและจัดเก็บ: ห้ามนำเสื้อกันฝนไปปั่นแห้งในเครื่องซักผ้า หรือตากแดดจัดโดยตรง เพราะความร้อนสูงจะทำให้เนื้อผ้าโพลีเอสเตอร์หรือไนลอนกรอบและกาวซีลตะเข็บละลาย ควรแขวนตากบนไม้แขวนเสื้อในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกจนแห้งสนิททั้งภายนอกและภายในก่อนนำมาพับเก็บ การพับเก็บขณะที่เสื้อยังชื้นอยู่จะทำให้เกิดเชื้อรา กลิ่นอับชื้น และทำให้เนื้อวัสดุติดกันจนลอกเสียหายเมื่อดึงออกใช้งานครั้งต่อไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกเสื้อกันฝนมอเตอร์ไซค์ (FAQ)
เสื้อกันฝนแบบคลุม (Poncho) อันตรายเมื่อขี่รถความเร็วสูงหรือไม่
เป็นอันตรายอย่างมาก เนื่องจากเสื้อกันฝนแบบคลุมมีพื้นที่ต้านลมสูง เมื่อขี่ด้วยความเร็ว แรงลมจะพัดให้ชายเสื้อปลิวสะบัดอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเข้าไปพันในซี่ล้อรถ โซ่ หรือสเตอร์หลัง ส่งผลให้ล้อล็อกและเกิดอุบัติเหตุได้ทันที นอกจากนี้ แรงลมยังอาจพัดชายเสื้อขึ้นมาบดบังใบหน้า ทัศนวิสัยการมองเห็น หรือบดบังไฟหน้าและไฟเลี้ยวของตัวรถ จึงขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้เสื้อกันฝนแบบคลุมสำหรับการเดินทางที่ต้องใช้ความเร็วสูงหรือบนทางหลวง
ควรเลือกขนาดเสื้อกันฝนให้พอดีตัวหรือใหญ่กว่าปกติ
แนะนำให้เลือกขนาดที่ใหญ่กว่าเสื้อผ้าปกติที่คุณสวมใส่ประมาณ 1-2 ไซส์ เนื่องจากในการใช้งานจริง คุณต้องสวมเสื้อกันฝนทับเสื้อผ้าปกติ เสื้อทำงาน หรือแม้กระทั่งเสื้อแจ็คเก็ตการ์ดสำหรับขี่รถมอเตอร์ไซค์ การเลือกไซส์ที่พอดีตัวเกินไปจะทำให้สวมใส่ลำบาก รัดตึงบริเวณหัวไหล่และข้อพับ ซึ่งจะจำกัดการเคลื่อนไหวในการควบคุมรถ และอาจทำให้ตะเข็บเสื้อกันฝนปริแตกได้ง่ายจากแรงตึงขณะขับขี่
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่