เชือกตาข่ายรถกระบะ (หรือตาข่ายคลุมท้ายรถกระบะ) เป็นอุปกรณ์เสริมชิ้นสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการบรรทุกสิ่งของท้ายรถ โดยทั่วไปแล้วในท้องตลาดจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามวัสดุ โครงสร้าง และระดับความยืดหยุ่น ได้แก่ ตาข่ายยางยืด (Bungee Cargo Net), ตาข่ายเชือกถักแบบไม่ยืด (Non-stretch Net) และ ตาข่ายแบบสายรัดปรับระดับได้ (Adjustable Strap Cargo Net) การเลือกใช้งานเชือกตาข่ายรถกระบะที่ถูกต้องไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของท้ายรถกระบะเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงลักษณะของสิ่งของที่ต้องการบรรทุก น้ำหนัก ความเปราะบาง ตลอดจนความถี่ในการใช้งานและสภาพเส้นทาง เพื่อให้การยึดรั้งสิ่งของเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ป้องกันอุบัติเหตุสิ่งของร่วงหล่นลงบนถนนหลวงซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ร่วมทางและผิดกฎหมายจราจร
การเลือกซื้อเชือกตาข่ายรถกระบะในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องของการหยิบชิ้นไหนก็ได้จากร้านค้า เนื่องจากแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับแรงดึงและลักษณะทางกายภาพของสัมภาระที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การใช้ตาข่ายผิดประเภทอาจนำไปสู่ความเสียหายของสิ่งของ หรือร้ายแรงที่สุดคืออุบัติเหตุบนท้องถนน ดังนั้น การทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละแบบจะช่วยให้คุณเลือกซื้ออุปกรณ์ที่คุ้มค่า ปลอดภัย และตรงกับลักษณะการใช้งานจริงของคุณมากที่สุด
เกณฑ์สำคัญที่ใช้เปรียบเทียบเชือกตาข่ายรถกระบะ
ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อเชือกตาข่ายรถกระบะมาใช้งาน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเกณฑ์การเปรียบเทียบและคุณสมบัติเฉพาะของตาข่ายแต่ละแบบจะช่วยให้คุณสามารถคัดกรองตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดได้ โดยเกณฑ์สำคัญที่ควรนำมาพิจารณามีดังต่อไปนี้
สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า
วัสดุและความยืดหยุ่น คุณสมบัติทางกายภาพของวัสดุที่ใช้ทำตาข่ายส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการยึดรั้งสิ่งของ ตาข่ายประเภทที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น ตาข่ายยางยืด (Elastic/Bungee) มักผลิตจากแกนยางพาราธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์หุ้มด้วยเส้นใยโพลีเอสเตอร์ มีคุณสมบัติเด่นในการซับแรงกระแทกและยืดขยายออกเพื่อคลุมสิ่งของที่มีรูปทรงไม่สม่ำเสมอได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ตาข่ายแบบไม่ยืด (Non-stretch) ซึ่งถักทอจากเส้นใยไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์ความหนาแน่นสูง จะเน้นความแข็งแรงเชิงกลและทนทานต่อแรงดึงสูง เหมาะสำหรับการตรึงของหนักให้อยู่กับที่โดยไม่มีการยืดตัวออกเมื่อรถเลี้ยวหรือเบรกกระทันหัน
ประเภทของตะขอ (Hooks) และจุดยึด ตะขอเกี่ยวเป็นตัวเชื่อมประสานระหว่างตาข่ายกับตัวรถกระบะ ตะขอที่พบเห็นได้ทั่วไปมี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ ตะขอพลาสติก ABS ที่มีน้ำหนักเบาและไม่ก่อให้เกิดรอยขีดข่วนบนสีรถแต่มีข้อจำกัดเรื่องความแข็งแรงภายใต้แรงดึงสูง ตะขอโลหะล้วนที่ให้ความแข็งแรงทนทานสูงสุดแต่อาจขูดขีดสีรถจนเกิดสนิมได้ง่ายหากไม่มีการระมัดระวัง และตะขอโลหะเคลือบยางหรือพลาสติก (Rubber/Vinyl-coated hooks) ซึ่งเป็นการผสมผสานข้อดีของทั้งสองแบบ คือได้รับทั้งความแข็งแกร่งของโลหะและความปลอดภัยต่อสีรถกระบะ
ขนาดตาข่ายและความถี่ของช่องตาข่าย ความกว้างของช่องตาข่าย (Grid Size) มีผลอย่างมากต่อขนาดของสิ่งของที่สามารถบรรทุกได้ ตาข่ายที่มีช่องขนาดเล็ก (เช่น 5×5 เซนติเมตร หรือ 10×10 เซนติเมตร) จะช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งของชิ้นเล็กชิ้นน้อย เช่น กล่องพัสดุขนาดเล็ก กระเป๋าเป้ หรืออุปกรณ์แคมป์ปิ้ง ร่วงหล่นผ่านช่องตาข่ายออกไปได้ ส่วนตาข่ายที่มีช่องขนาดใหญ่ (เช่น 15×15 เซนติเมตรขึ้นไป) จะเหมาะสำหรับการคลุมทับสิ่งของชิ้นใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก ซึ่งข้อดีคือตัวตาข่ายจะมีน้ำหนักเบาและจัดเก็บได้ง่ายกว่า
ความหนาและขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นเชือก ความหนาของเส้นเชือกที่ใช้ถักทอตาข่ายเป็นตัวบ่งชี้ถึงความแข็งแรงและความทนทาน โดยทั่วไปตาข่ายยางยืดจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 4 มิลลิเมตร ไปจนถึง 8 มิลลิเมตร เส้นเชือกที่หนากว่าย่อมให้แรงดึงรั้งที่สูงกว่าและทนทานต่อการฉีกขาดได้ดีกว่า แต่ก็แลกมาด้วยน้ำหนักที่มากขึ้นและความยืดหยุ่นที่ลดลงเล็กน้อย สำหรับตาข่ายเชือกถักแบบไม่ยืด ความหนาของเส้นเชือกจะช่วยกระจายแรงกดทับไม่ให้บาดลงบนพื้นผิวของสิ่งของที่บรรทุก
ความทนทานต่อสภาพอากาศ เนื่องจากประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด แสงแดดรุนแรง และมีฤดูฝนที่ยาวนาน การเลือกเชือกตาข่ายที่ทนทานต่อรังสียูวี (UV Resistance) และความชื้นจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เส้นใยโพลีเอสเตอร์มักจะทนทานต่อแสงแดดและความชื้นได้ดีกว่าเส้นใยไนลอนทั่วไป ซึ่งไนลอนอาจดูดซับน้ำและสูญเสียความแข็งแรงลงเมื่อเปียกชื้น ผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อมูลจำเพาะและคำแนะนำการใช้งานบนฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนทำการเลือกซื้อเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมในพื้นที่ใช้งานได้จริง
เจาะลึกแต่ละประเภทของเชือกตาข่ายรถกระบะและการใช้งานที่เหมาะสม
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาเจาะลึกรายละเอียด ข้อดี ข้อจำกัด และลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมของเชือกตาข่ายรถกระบะแต่ละประเภทที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

ตาข่ายยางยืด (Bungee Cargo Nets)
ตาข่ายประเภทนี้ผลิตขึ้นโดยการนำเส้นยางยืดหลายๆ เส้นมาถักทอเข้าด้วยกันเป็นโครงสร้างตาข่าย โดยแกนกลางมักทำจากยางพาราธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์ที่มีความยืดหยุ่นสูง แล้วหุ้มภายนอกด้วยเส้นใยผ้าโพลีโพรพิลีนหรือโพลีเอสเตอร์เพื่อเพิ่มความทนทานต่อการเสียดสีและการฉีกขาด
การใช้งานที่เหมาะสม: เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการบรรทุกสัมภาระทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น กระเป๋าเดินทาง กล่องกระดาษพัสดุ ถุงกอล์ฟ หรือสิ่งของที่อาจแตกหักเสียหายได้ง่าย เนื่องจากความยืดหยุ่นของตาข่ายจะช่วยซับแรงกระแทกจากการสั่นสะเทือนขณะขับขี่ และช่วยกดทับสิ่งของให้แนบสนิทกับพื้นกระบะโดยไม่สร้างแรงบีบอัดที่รุนแรงเกินไปจนทำให้สิ่งของบุบสลาย
ข้อจำกัด: ไม่เหมาะสำหรับการบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนักมหาศาลหรือของที่มีขอบมุมแหลมคม เช่น แผ่นเหล็ก เศษหิน หรือกิ่งไม้ เนื่องจากขอบคมเหล่านั้นอาจบาดเส้นใยหุ้มและแกนยางจนขาดได้ นอกจากนี้ หากปล่อยทิ้งไว้กลางแดดจัดเป็นเวลานาน ความร้อนและรังสียูวีจะทำให้ยางยืดเสื่อมสภาพ แห้งกรอบ และสูญเสียแรงสปริงตัวในที่สุด
ตาข่ายเชือกไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์แบบไม่ยืด (Non-stretch Nets)
ตาข่ายประเภทนี้ถักทอขึ้นจากเชือกไนลอนหรือเชือกโพลีเอสเตอร์ความแข็งแรงสูงที่ไม่มีส่วนผสมของยางยืด โครงสร้างของตาข่ายจะมีความเสถียรสูง ไม่ยืดออกเมื่อได้รับแรงดึง ทำให้สามารถจำกัดการเคลื่อนไหวของสิ่งของได้อย่างเด็ดขาด
การใช้งานที่เหมาะสม: เหมาะสำหรับการใช้งานหนัก (Heavy-duty) เช่น การบรรทุกวัสดุก่อสร้าง ท่อนไม้ ท่อเหล็ก เครื่องจักรกลการเกษตร หรือถังบรรจุสารเคมีที่ต้องการการยึดตรึงอย่างแน่นหนาไม่ให้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยในขณะที่รถเลี้ยวโค้งหรือเบรกอย่างรุนแรง โครงสร้างที่แข็งแกร่งของเชือกถักช่วยให้มั่นใจได้ว่าสิ่งของที่มีน้ำหนักมากจะไม่สามารถดันตาข่ายให้ยืดออกจนล้นขอบกระบะได้
ข้อจำกัด: เนื่องจากไม่มีความยืดหยุ่น การติดตั้งจึงต้องอาศัยความแม่นยำในการปรับระยะและการผูกปมหรือการเลือกจุดเกี่ยวตะขอที่พอดี หากดึงรัดแน่นจนเกินไป เชือกที่แข็งตึงอาจกดทับสิ่งของที่มีพื้นผิวบอบบางจนเกิดรอยบุบ รอยขีดข่วน หรือเกิดความเสียหายได้ จึงอาจต้องใช้กระดาษลูกฟูกหรือผ้าหนาๆ มารองรับบริเวณมุมของสิ่งของก่อนทำการขึงตาข่าย
ตาข่ายแบบสายรัดปรับระดับได้ (Adjustable Strap/Cargo Nets)
ตาข่ายประเภทนี้พัฒนามาจากสายรัดประเภท Webbing (ลักษณะคล้ายสายเข็มขัดนิรภัยรถยนต์) ผลิตจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ถักแบนที่มีความกว้างและหนาเป็นพิเศษ โดยมักจะมีตัวล็อกปรับระดับความตึง เช่น Cam Buckle หรือหัวล็อกแบบปรับระยะได้ ติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ ของตาข่าย
การใช้งานที่เหมาะสม: เหมาะสำหรับการจัดระเบียบและยึดรั้งสิ่งของที่มีรูปทรงแปลกประหลาด ไม่เป็นทรงสี่เหลี่ยม หรือสิ่งของที่มีความสูงต่างกันในกระบะท้าย เช่น จักรยาน รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์แคมป์ปิ้งขนาดใหญ่ หรือสัมภาระที่มีการเปลี่ยนแปลงปริมาณอยู่ตลอดเวลา ผู้ใช้งานสามารถปรับความตึงของสายรัดแต่ละเส้นได้อย่างอิสระเพื่อให้เข้ากับสรีระของสิ่งของชิ้นนั้นๆ ได้อย่างแนบแน่นและมั่นคงที่สุด
ข้อจำกัด: ตาข่ายประเภทนี้มักจะมีน้ำหนักมากกว่าตาข่ายประเภทอื่น และมีขั้นตอนการติดตั้งที่ซับซ้อนกว่าเนื่องจากต้องคอยปรับระยะตัวล็อกทีละจุด นอกจากนี้ การจัดเก็บหลังใช้งานอาจทำได้ยากกว่าหากไม่มีการม้วนพับอย่างเป็นระเบียบ และมักจะมีราคาสูงกว่าตาข่ายแบบยางยืดและแบบเชือกถักทั่วไปพอสมควร
กรอบการตัดสินใจ: เลือกเชือกตาข่ายรถกระบะอย่างไรให้ตรงกับรถและการใช้งาน
เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจซื้อได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่ากับการลงทุน สามารถใช้กรอบการประเมินความต้องการของตนเองดังต่อไปนี้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อ
- เลือกตาข่ายยางยืดถ้า:
- คุณใช้งานรถกระบะส่วนบุคคลสำหรับชีวิตประจำวัน ย้ายหอพัก หรือเดินทางท่องเที่ยวเป็นครั้งคราว
- สิ่งของที่บรรทุกส่วนใหญ่มีน้ำหนักเบาถึงปานกลาง เช่น กระเป๋าเสื้อผ้า กล่องพัสดุ หรือของใช้ในครัวเรือน
- ต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบายในการติดตั้งและจัดเก็บ สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวในเวลาอันสั้น
- เลือกตาข่ายแบบไม่ยืดถ้า:
- คุณใช้รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ งานขนส่งสินค้า หรืองานเกษตรกรรมที่ต้องบรรทุกของหนักเป็นประจำ
- สิ่งของที่บรรทุกมีลักษณะแข็ง มีน้ำหนักมาก หรือมีขอบมุมที่อาจทำลายยางยืดได้ เช่น ลังไม้ ท่อเหล็ก หรือเครื่องมือช่าง
- ต้องการความปลอดภัยสูงสุดในการควบคุมตำแหน่งของสิ่งของไม่ให้เคลื่อนไหวขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง
- เลือกตาข่ายแบบสายรัดปรับระดับถ้า:
- คุณเป็นสายกิจกรรมกลางแจ้ง บรรทุกอุปกรณ์กีฬา จักรยาน หรืออุปกรณ์แคมป์ปิ้งที่มีรูปทรงหลากหลายและต้องการความแน่นหนาระดับมืออาชีพ
- ต้องการอุปกรณ์ที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดและแรงดึงให้ยืดหยุ่นตามปริมาณสัมภาระที่แตกต่างกันในแต่ละทริป
- ยินดีลงทุนกับอุปกรณ์ที่มีความทนทานสูงและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า
การตรวจสอบจุดยึด (Tie-down points) บนกระบะท้าย ขั้นตอนสำคัญที่ห้ามละเลยก่อนทำการสั่งซื้อเชือกตาข่ายคือการตรวจสอบตำแหน่งและประเภทของห่วงยึดหรือจุดยึดสัมภาระบนรถกระบะของคุณเอง รถกระบะแต่ละรุ่นและแต่ละปีอาจมีตำแหน่งห่วงยึดที่แตกต่างกัน บางรุ่นมีห่วงยึดติดตั้งมาจากโรงงานบริเวณมุมกระบะด้านใน บางรุ่นติดตั้งอยู่บนขอบกระบะ หรือบางคันอาจมีการติดตั้งพื้นปูกระบะ (Bedliner) เพิ่มเติมซึ่งอาจบดบังจุดยึดเดิม
คุณควรตรวจสอบดูว่าตะขอของตาข่ายที่คุณสนใจมีขนาดและรูปทรงที่สามารถเกี่ยวเข้ากับห่วงยึดเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ หากห่วงยึดบนรถมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ตะขอพลาสติกขนาดเล็กจะเกี่ยวได้ คุณอาจจำเป็นต้องเลือกตาข่ายที่มาพร้อมกับตะขอโลหะขนาดใหญ่ หรือติดตั้งห่วงยึดเสริม (Aftermarket Tie-down Anchors) เพิ่มเติมเพื่อให้การติดตั้งตาข่ายเป็นไปอย่างสมบูรณ์และปลอดภัยที่สุด ทั้งนี้ ควรศึกษาคู่มือประจำรถยนต์เพื่อตรวจสอบพิกัดการรับน้ำหนักของจุดยึดแต่ละจุดก่อนเสมอ
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยและการติดตั้งเชือกตาข่ายรถกระบะ
การใช้งานเชือกตาข่ายรถกระบะอย่างปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกประเภทที่ถูกต้องเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีการติดตั้งและการปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดดังนี้
การกระจายน้ำหนักและการป้องกันของหล่นร่วง สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้รถกระบะทุกคนต้องตระหนักคือ ตาข่ายคลุมท้ายรถกระบะเป็นเพียงอุปกรณ์เสริมเพื่อป้องกันสิ่งของร่วงหล่นหรือปลิวหายเท่านั้น ไม่ใช่อุปกรณ์หลักในการรับน้ำหนักหรือยึดรั้งสิ่งของที่มีน้ำหนักมหาศาล สำหรับสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือรถจักรยานยนต์ คุณต้องใช้สายรัดโพลีเอสเตอร์แบบคันโยก (Ratchet Tie-down Straps) ที่มีความแข็งแรงสูงยึดตรึงสิ่งของเหล่านั้นเข้ากับโครงสร้างตัวถังรถให้แน่นหนาก่อน จากนั้นจึงใช้ตาข่ายคลุมทับอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันชิ้นส่วนย่อยๆ หรืออุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ไม่ให้หลุดร่วง
นอกจากนี้ ควรจัดวางสิ่งของโดยกระจายน้ำหนักให้อยู่กึ่งกลางและส่วนล่างของกระบะท้ายให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของซ้อนกันสูงเกินไปจนทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถเสีย ซึ่งอาจส่งผลต่อการทรงตัวและการควบคุมรถขณะเข้าโค้ง
การตรวจสอบสภาพก่อนใช้งาน ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ควรทำการตรวจเช็กสภาพของเชือกตาข่ายอย่างละเอียด หากพบว่าเส้นยางยืดเริ่มมีรอยปริแตก ยางตาย หรือสูญเสียความยืดหยุ่น เส้นใยผ้าถักเริ่มเปื่อยขาด ตะขอเกี่ยวมีรอยร้าวหรือบิดเบี้ยวจนผิดรูป หรือมีสนิมกัดกร่อนลึกบนตะขอโลหะ ให้ทำการเปลี่ยนชิ้นส่วนชิ้นใหม่หรือเปลี่ยนตาข่ายชุดใหม่ทันที ไม่ควรฝืนนำไปใช้งานบนท้องถนนหลวงเนื่องจากแรงลมปะทะขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงอาจทำให้ตาข่ายขาดและส่งผลให้สิ่งของปลิวไปสร้างอุบัติเหตุร้ายแรงแก่รถคันหลังได้
นอกจากนี้ ควรระมัดระวังเรื่องแรงดีดกลับ (Snapback) ขณะที่ทำการดึงขึงหรือปลดตะขอของตาข่ายยางยืด เนื่องจากหากหลุดมือ ตะขอโลหะหรือพลาสติกที่อยู่ภายใต้แรงตึงสูงอาจดีดกลับมาโดนใบหน้าหรือดวงตาจนทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสได้ แนะนำให้ยืนในตำแหน่งที่ปลอดภัยและไม่ดึงรั้งยางยืดเกินขีดจำกัดที่ระบุไว้ในคู่มือผลิตภัณฑ์
ข้อจำกัดด้านกฎหมายและความปลอดภัย การบรรทุกของท้ายรถกระบะในประเทศไทยต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกอย่างเคร่งครัด หากสิ่งของที่บรรทุกยื่นพ้นขอบท้ายกระบะเกินกว่าระยะที่กฎหมายกำหนด (โดยทั่วไปต้องไม่เกิน 2.5 เมตรจากท้ายรถ) ผู้ขับขี่จะต้องติดธงสีแดงขนาดไม่ต่ำกว่า 30×30 เซนติเมตรในเวลากลางวัน หรือติดไฟสัญญาณสีแดงที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนจากระยะไกลในเวลากลางคืน และต้องใช้เชือกหรือตาข่ายคลุมยึดของเหล่านั้นอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การละเลยไม่ปฏิบัติตามนอกจากจะมีความผิดทางกฎหมายและมีโทษปรับแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นยังอาจส่งผลต่อการพิจารณารับประกันภัยของบริษัทประกันภัยรถยนต์อีกด้วย ดังนั้น ก่อนทำการติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์ใดๆ ควรตรวจสอบคำแนะนำจากผู้ผลิตรถยนต์และฉลากผลิตภัณฑ์อย่างรอบคอบ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เชือกตาข่ายรถกระบะสามารถกันน้ำหรือใช้คลุมท้ายรถตอนฝนตกได้หรือไม่?
เชือกตาข่ายรถกระบะทุกประเภทไม่สามารถกันน้ำได้ เนื่องจากมีโครงสร้างเป็นช่องตาข่ายเปิดโล่งเพื่อการยึดรั้งเท่านั้น หากคุณจำเป็นต้องบรรทุกสิ่งของที่ห้ามเปียกน้ำ เช่น กล่องกระดาษพัสดุ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเสื้อผ้า ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย แนะนำให้ใช้ผ้าใบกันน้ำ (Tonneau Cover หรือ Tarpaulin) คลุมทับสิ่งของเหล่านั้นให้มิดชิดก่อน จากนั้นจึงใช้เชือกตาข่ายคลุมทับเหนือผ้าใบอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ลมพัดผ้าใบปลิวเปิดออกขณะขับขี่
ควรดูแลรักษาและทำความสะอาดตาข่ายคลุมท้ายรถอย่างไรให้ใช้งานได้นาน?
การดูแลรักษาทำได้ง่ายๆ โดยการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดร่วมกับสบู่อ่อนๆ เพื่อขจัดคราบโคลน ฝุ่นละออง หรือคราบเกลือจากการใช้งาน หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างรุนแรงในการทำความสะอาด หลังจากล้างเสร็จแล้วควรผึ่งลมให้แห้งสนิทในที่ร่ม หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดโดยตรงเป็นเวลานานเนื่องจากรังสียูวีจะทำลายความยืดหยุ่นของยางและทำให้เส้นใยโพลีเอสเตอร์เปื่อยเร็วขึ้น เมื่อแห้งดีแล้วให้ม้วนเก็บใส่ถุงหรือกล่องเก็บของเพื่อป้องกันหนูกัดแทะและเก็บไว้ในห้องโดยสารหรือกล่องเก็บของท้ายรถที่แห้งและเย็น
หากตะขอของตาข่ายเป็นรอยขีดข่วนสีรถกระบะจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร?
เพื่อป้องกันปัญหารอยขีดข่วนบนสีรถกระบะตั้งแต่ต้น แนะนำให้เลือกซื้อเชือกตาข่ายที่ใช้ตะขอพลาสติกคุณภาพสูง ตะขอโลหะเคลือบยาง หรือเคลือบไวนิล หากคุณมีตาข่ายตะขอโลหะเปลือยอยู่แล้วและต้องการแก้ไข สามารถทำได้โดยการใช้เทปพันสายไฟสีดำพันรอบบริเวณส่วนโค้งของตะขอที่ต้องสัมผัสกับตัวรถ หรือใช้ท่อหด (Heat Shrink Tubing) สวมทับแล้วใช้ความร้อนลนให้ท่อหดรัดแนบสนิทกับตัวตะขอ นอกจากนี้ ควรเกี่ยวตะขอเข้ากับห่วงยึดพลาสติกหรือจุดยึดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ แทนการเกี่ยวเข้ากับขอบตัวถังพ่นสีโดยตรง
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่