การเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ไม่ว่าจะเป็นการขี่ใช้งานในเมืองหลวงที่การจราจรหนาแน่น หรือการออกทริปเดินทางไกลข้ามจังหวัดเพื่อสัมผัสธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือระบบนำทางที่แม่นยำและเชื่อถือได้ ในปัจจุบันผู้ขับขี่มีทางเลือกหลักสองทางในการนำทาง นั่นคือการใช้เครื่อง gps ติดมอไซค์ แบบเฉพาะทาง (Dedicated Motorcycle GPS) หรือการใช้สมาร์ทโฟนส่วนตัวติดตั้งเข้ากับที่จับมือถือบริเวณแฮนด์บาร์ (Phone Mount) แม้ว่าทั้งสองระบบจะทำหน้าที่บอกเส้นทางเหมือนกัน แต่ลักษณะการทำงาน ความทนทาน และความเหมาะสมต่อการใช้งานจริงกลับมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบเพียงคำตอบเดียวว่าอุปกรณ์ใดดีที่สุดสำหรับทุกคน เนื่องจากแต่ละทางเลือกได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการขับขี่และงบประมาณที่แตกต่างกัน หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางไกลลุยป่าฝ่าดง ขี่รถในสภาพอากาศที่แปรปรวนบ่อยครั้ง และต้องการความทนทานสูงสุด เครื่อง GPS เฉพาะทางคือคำตอบที่คุ้มค่า แต่หากคุณเน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขี่รถในเมืองเป็นหลัก ต้องการข้อมูลจราจรที่อัปเดตแบบเรียลไทม์เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด และมีงบประมาณที่จำกัด การเลือกใช้สมาร์ทโฟนร่วมกับที่จับคุณภาพสูงย่อมเป็นทางเลือกที่คล่องตัวและประหยัดกว่า
เปรียบเทียบ 5 มิติสำคัญในการเลือกซื้อ gps ติดมอไซค์ และมือถือนำทาง
การตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์นำทางสำหรับรถมอเตอร์ไซค์จำเป็นต้องพิจารณาจากปัจจัยรอบด้าน ไม่ใช่เพียงแค่ความสะดวกในการมองเห็นหน้าจอเท่านั้น เพื่อช่วยให้คุณสามารถประเมินความคุ้มค่าและประสิทธิภาพการใช้งานได้อย่างตรงจุด เราได้ทำการเปรียบเทียบอุปกรณ์ทั้งสองประเภทผ่าน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ระบบแผนที่และการอัปเดต การจัดการพลังงาน ความปลอดภัยในการป้องกันการโจรกรรม และต้นทุนค่าใช้จ่ายในระยะยาว
สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า
ความทนทานต่อสภาพอากาศและการสั่นสะเทือน
สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องความสุดขั้ว ทั้งแสงแดดที่แผดเผาจนอุณหภูมิสะสมบนท้องถนนสูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส และพายุฝนฟ้าคะนองที่มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในฤดูฝน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งอยู่บนแฮนด์รถมอเตอร์ไซค์ซึ่งไม่มีหลังคาหรือสิ่งกำบังใดๆ
สมาร์ทโฟนทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เผชิญกับแสงแดดจัดเป็นเวลานาน เมื่อเปิดใช้งานระบบนำทางร่วมกับการเปิดความสว่างหน้าจอสูงสุด ตัวเครื่องจะเกิดความร้อนสะสมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบความปลอดภัยของมือถือสั่งลดความสว่างหน้าจอลงโดยอัตโนมัติจนมองไม่เห็น หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือเครื่องจะปิดตัวลงเพื่อป้องกันแบตเตอรี่เสียหาย นอกจากนี้ แม้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ จะมีมาตรฐานกันน้ำ แต่แรงดันของน้ำฝนขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงสามารถเล็ดลอดเข้าไปในตัวเครื่องได้ง่ายกว่าการแช่น้ำนิ่ง รวมถึงแรงสั่นสะเทือนสะสมจากเครื่องยนต์และพื้นผิวถนนที่ขรุขระยังส่งผลเสียต่อแผงวงจรภายในอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในทางกลับกัน เครื่อง GPS สำหรับมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะได้รับการออกแบบโครงสร้างภายนอกให้มีความแข็งแกร่งสูง ทนทานต่อแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงผลมักเป็นแบบลดแสงสะท้อนและสามารถสู้แสงแดดจัดได้ดีโดยไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนสะสมจนเครื่องดับ อุปกรณ์เหล่านี้มักมาพร้อมกับมาตรฐานการกันน้ำระดับสูง เช่น IPX7 ซึ่งสามารถทนทานต่อพายุฝนหนักได้อย่างต่อเนื่องขณะขับขี่ ผู้ใช้งานจึงควรตรวจสอบค่ามาตรฐาน IP Rating และคำแนะนำการใช้งานจากคู่มือผลิตภัณฑ์ก่อนนำอุปกรณ์ไปลุยฝนเสมอ
ระบบนำทาง แผนที่ และการอัปเดต
ในแง่ของความยืดหยุ่นและการอัปเดตข้อมูลแผนที่ สมาร์ทโฟนมีข้อได้เปรียบอย่างเด่นชัดเนื่องจากทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันนำทางยอดนิยมที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ทำให้สามารถรายงานสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ แนะนำเส้นทางเลี่ยงรถติด แจ้งเตือนด่านตรวจหรืออุบัติเหตุข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ รวมถึงการอัปเดตข้อมูลสถานที่ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นรายวันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
สำหรับเครื่อง GPS เฉพาะทาง ระบบการทำงานส่วนใหญ่จะเน้นการใช้แผนที่แบบออฟไลน์ที่ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำของตัวเครื่อง ซึ่งมีข้อดีอย่างมากเมื่อขับขี่เข้าไปในพื้นที่อับสัญญาณโทรศัพท์ เช่น เส้นทางธรรมชาติบนภูเขาสูง หรือป่าลึกทางภาคเหนือและภาคตะวันตกของไทย ซึ่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตมือถือมักจะขาดหายไปอย่างสิ้นเชิง เครื่อง GPS จะยังคงนำทางได้อย่างแม่นยำผ่านสัญญาณดาวเทียมโดยตรง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สำหรับชาวสองล้อโดยเฉพาะ เช่น การคำนวณเส้นทางที่โค้งชันสำหรับผู้ที่ชอบขับขี่ท่องเที่ยว หรือการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงนำทางเข้ากับระบบบลูทูธติดหมวกกันน็อคได้อย่างเสถียร อย่างไรก็ตาม การอัปเดตแผนที่ของเครื่อง GPS บางแบรนด์อาจมีความซับซ้อนกว่า โดยต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อดาวน์โหลด หรืออาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับแผนที่เวอร์ชันใหม่
การจัดการพลังงานและการจ่ายไฟ
การเปิดหน้าจอนำทางบนสมาร์ทโฟนทิ้งไว้ตลอดการเดินทางเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่สูงมาก แบตเตอรี่ของมือถือทั่วไปมักจะหมดลงภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ผู้ขับขี่จำเป็นต้องติดตั้งพอร์ตชาร์จ USB เพิ่มเติมที่แฮนด์รถ หรือพกพาพาวเวอร์แบงก์ติดตัวไปด้วย การเสียบสายชาร์จค้างไว้ขณะขับขี่ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนอาจทำให้พอร์ตชาร์จหลวมชำรุด และหากมีฝนตก การเสียบสายชาร์จทิ้งไว้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนพอร์ตชาร์จไหม้หรือตัวเครื่องเสียหายได้
เครื่อง GPS เฉพาะทางแก้ปัญหานี้ด้วยการออกแบบระบบจ่ายไฟที่เชื่อมต่อตรงเข้ากับระบบไฟของตัวรถมอเตอร์ไซค์ผ่านแท่นวาง (Cradle) ที่มีขั้วสัมผัสโลหะเคลือบสารป้องกันสนิม การจ่ายไฟจึงมีความเสถียรและปลอดภัยสูง ไม่มีสายไฟระโยงระยางที่เสี่ยงต่อการเกี่ยวกระชาก และเมื่อดับเครื่องยนต์ ระบบของ GPS ก็จะปิดตัวลงโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้กระแสไฟจากแบตเตอรี่รถยนต์ถูกดึงไปใช้จนหมด ช่วยลดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมหรือรถสตาร์ทไม่ติดระหว่างการเดินทางไกล
ความปลอดภัยและการป้องกันการโจรกรรม
ความปลอดภัยของตัวอุปกรณ์ขณะจอดรถเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ผู้ขับขี่ไม่ควรมองข้าม การติดตั้งสมาร์ทโฟนราคาแพงไว้บนแฮนด์รถมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกมิจฉาชีพฉกชิงวิ่งราวขณะจอดติดสัญญาณไฟแดง หรือหากผู้ขับขี่จอดรถเพื่อแวะเข้าห้องน้ำในสถานีบริการน้ำมันแล้วลืมถอดโทรศัพท์ออก ก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกขโมยไปในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ทุกครั้งที่จอดรถ ผู้ขับขี่จำเป็นต้องถอดสมาร์ทโฟนเข้า-ออกอยู่เสมอ ซึ่งสร้างความเหนื่อยล้าในการเดินทางระยะไกล
ในส่วนของเครื่อง GPS ติดมอไซค์ แบรนด์ชั้นนำมักจะออกแบบระบบล็อกที่แน่นหนาและยากต่อการถอดประกอบโดยไม่มีเครื่องมือเฉพาะ บางรุ่นมีการติดตั้งสกรูล็อกพิเศษหรือสลักนิรภัยที่ต้องใช้กุญแจในการปลดล็อก ช่วยป้องกันการโจรกรรมแบบฉับพลันได้ดีในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ เครื่อง GPS บางรุ่นยังมีระบบติดตามยานพาหนะในตัว (GPS Tracker) ซึ่งสามารถส่งสัญญาณระบุตำแหน่งของรถกลับมายังแอปพลิเคชันมือถือได้ตลอดเวลา แม้ว่าตัวรถจะถูกดับเครื่องยนต์ไปแล้วก็ตาม ถือเป็นการเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้กับตัวรถมอเตอร์ไซค์ไปในตัว
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายระยะยาว
เมื่อพิจารณาในด้านงบประมาณ สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ที่ผู้ขับขี่ทุกคนมีใช้งานอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ต้นทุนในการเริ่มต้นจึงจำกัดอยู่เพียงแค่การซื้อที่จับโทรศัพท์มือถือคุณภาพดีและสายชาร์จเท่านั้น ซึ่งมีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาทต้นๆ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจเกิดขึ้นคือความเสียหายของตัวสมาร์ทโฟนเอง เช่น หน้าจอเบิร์นจากการตากแดด แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น หรือโมดูลกล้องพังเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน ซึ่งค่าซ่อมแซมสมาร์ทโฟนระดับเรือธงอาจสูงกว่าค่าตัวของเครื่อง GPS เฉพาะทางเสียด้วยซ้ำ
ขณะที่เครื่อง GPS ติดมอไซค์แบบเฉพาะทางมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงราคาตั้งแต่ประมาณ 10,000 บาท ไปจนถึงมากกว่า 25,000 บาทสำหรับรุ่นท็อปที่มีฟังก์ชันครบครัน แม้จะเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่ต้องจ่ายเงินก้อนในคราวเดียว แต่ในระยะยาว อุปกรณ์เหล่านี้มีความทนทานสูงมาก มีอายุการใช้งานยาวนานหลายปีโดยไม่สร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์อื่น และมักไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงในการซ่อมบำรุงจุกจิก ยกเว้นค่าบริการรายปีสำหรับฟังก์ชันนำทางขั้นสูงหรือการอัปเดตแผนที่ในบางรุ่นเท่านั้น
ตารางสรุปเปรียบเทียบ
เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพรวมความแตกต่างระหว่างอุปกรณ์ทั้งสองประเภทได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปคุณสมบัติเด่นและข้อจำกัดในแต่ละด้านเพื่อประกอบการตัดสินใจ:

| คุณสมบัติ | GPS ติดมอไซค์เฉพาะทาง | สมาร์ทโฟนร่วมกับที่จับ |
|---|---|---|
| ความทนทานต่อสภาพอากาศ | สูงมาก กันน้ำระดับ IPX7 ทนแดดจัดได้ดีโดยเครื่องไม่ดับ | ปานกลางถึงต่ำ เสี่ยงเครื่องร้อนจัดจนดับ และน้ำฝนเข้าเครื่อง |
| การทนทานต่อแรงสั่นสะเทือน | ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนสูง | ต่ำ เสี่ยงต่อความเสียหายของระบบกล้องและแผงวงจรภายใน |
| ความแม่นยำของแผนที่ | สูงในพื้นที่ออฟไลน์/อับสัญญาณ อัปเดตผ่านคอมพิวเตอร์ | สูงมากในพื้นที่ออนไลน์ อัปเดตเรียลไทม์ตลอดเวลา |
| ระบบจ่ายไฟและการชาร์จ | ต่อตรงกับระบบไฟรถ ปลอดภัย ไม่มีสายเกะกะ | ใช้สาย USB เสียบชาร์จ เสี่ยงพอร์ตชำรุดและน้ำเข้าขณะชาร์จ |
| ความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม | ต่ำ มีระบบล็อกแน่นหนา หรือซ่อนติดตั้งได้ยากต่อการถอด | สูงมาก ต้องถอดเก็บทุกครั้งที่จอดรถเพื่อความปลอดภัย |
| ต้นทุนเริ่มต้น | สูง (ประมาณ 10,000 – 25,000+ บาท) | ต่ำ (จ่ายเฉพาะค่าที่จับและสายชาร์จประมาณ 1,000 – 3,000 บาท) |
| รูปแบบการใช้งานที่เหมาะสม | การขับขี่ทางไกล ทัวร์ริ่ง ออฟโรด และการเดินทางข้ามจังหวัด | การขับขี่ในเมือง ใช้งานในชีวิตประจำวัน และไรเดอร์ส่งของ |
กรอบการตัดสินใจ: เลือกแบบไหนดี?
การเลือกอุปกรณ์นำทางที่เหมาะสมที่สุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าอุปกรณ์ใดมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่และลักษณะการใช้งานจริงของคุณเป็นหลัก เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น สามารถใช้กรอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ในการวิเคราะห์ความต้องการของตนเอง
เลือกใช้ GPS ติดมอไซค์แบบเฉพาะทาง หากคุณมีพฤติกรรมดังนี้:
- ชื่นชอบการเดินทางไกลและทัวร์ริ่ง: คุณมักจะออกทริปข้ามจังหวัด ขี่รถท่องเที่ยวระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรต่อวัน หรือชอบเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกล เช่น ยอดดอย ป่าเขา หรือเส้นทางออฟโรดที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
- ขับขี่ในทุกสภาพอากาศ: คุณไม่ยอมให้สายฝนหรือแดดร้อนจัดมาเป็นอุปสรรคในการเดินทาง และต้องการอุปกรณ์นำทางที่พร้อมลุยไปกับคุณได้ทุกสถานการณ์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องดับหรือน้ำเข้า
- ต้องการระบบที่ติดตั้งถาวรและเสถียร: คุณต้องการให้อุปกรณ์นำทางพร้อมใช้งานทันทีที่บิดกุญแจสตาร์ทรถ โดยไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งโทรศัพท์เข้ากับที่จับและเสียบสายชาร์จทุกครั้งที่ออกเดินทาง
- ต้องการถนอมสมาร์ทโฟนส่วนตัว: คุณใช้สมาร์ทโฟนราคาสูงและต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่กล้องถ่ายรูปหรือหน้าจอจะพังเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์
เลือกใช้สมาร์ทโฟนร่วมกับที่จับนำทาง หากคุณมีพฤติกรรมดังนี้:
- เน้นการใช้งานในเมืองและการเดินทางประจำวัน: เส้นทางหลักของคุณคือการขี่รถไปทำงาน ขี่เที่ยวเล่นในเมืองช่วงวันหยุด หรือใช้งานในพื้นที่ที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตครอบคลุมตลอดเวลา
- ต้องการข้อมูลจราจรที่อัปเดตแบบเรียลไทม์: คุณต้องการหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรติดขัดอย่างหนัก หรือต้องการค้นหาร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่เปิดใหม่ที่อาจยังไม่มีในระบบแผนที่ออฟไลน์
- มีงบประมาณจำกัด: คุณยังไม่พร้อมที่จะลงทุนกับเครื่อง GPS ราคาแพง และต้องการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วอย่างสมาร์ทโฟนให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยยอมรับความยุ่งยากในการถอดเก็บอุปกรณ์เมื่อจอดรถได้
- ใช้งานเป็นอาชีพเสริมหรือไรเดอร์: คุณจำเป็นต้องใช้แอปพลิเคชันรับงานควบคู่ไปกับการนำทาง ซึ่งสมาร์ทโฟนสามารถสลับหน้าจอไปมาได้อย่างรวดเร็วและตอบโจทย์การทำงานประเภทนี้ได้ดีที่สุด
ข้อตรวจสอบก่อนการตัดสินใจซื้อ: ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ประเภทใดก็ตาม ควรตรวจสอบขนาดของแฮนด์บาร์และพื้นที่บริเวณแผงคอรถมอเตอร์ไซค์ของคุณว่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับการติดตั้งหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าที่จับโทรศัพท์มือถือรุ่นที่สนใจมีความเข้ากันได้กับขนาดและน้ำหนักของสมาร์ทโฟนที่คุณใช้งานอยู่หรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาการติดตั้งไม่ได้หรืออุปกรณ์หลุดร่วงขณะขับขี่
ข้อควรระวังและการติดตั้งที่ปลอดภัย
การติดตั้งอุปกรณ์นำทางไม่ว่าจะเป็นเครื่อง GPS เฉพาะทางหรือที่จับโทรศัพท์มือถือบนรถมอเตอร์ไซค์ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการขับขี่และการทำงานของระบบตัวรถ ผู้ขับขี่จึงควรปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดดังต่อไปนี้
ประการแรก ตำแหน่งในการติดตั้งอุปกรณ์ต้องไม่บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางข้างหน้า และต้องไม่บังแผงหน้าปัดแสดงความเร็วหรือสัญญาณเตือนต่างๆ ของตัวรถ นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเมื่อหมุนแฮนด์รถไปทางซ้ายสุดและขวาสุดแล้ว ตัวอุปกรณ์หรือสายไฟจะไม่ไปขัดขวาง ขัดเกาะ หรือกดทับสายเบรก สายคลัตช์ และปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ บนแฮนด์บาร์อย่างเด็ดขาด
ประการที่สอง สำหรับการเดินระบบไฟเพื่อจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ หากเป็นการติดตั้งเครื่อง GPS เฉพาะทางที่ต้องต่อสายไฟตรงเข้ากับแบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์ จำเป็นต้องมีการติดตั้งฟิวส์ป้องกันกระแสไฟเกิน (Inline Fuse) ที่มีขนาดแอมแปร์เหมาะสมคั่นกลางเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งอาจส่งผลให้ระบบไฟของรถเสียหายหรือเกิดเพลิงไหม้ได้ แนะนำให้ต่อสายไฟผ่านสวิตช์กุญแจ (ACC) เพื่อให้ระบบจ่ายไฟทำงานเฉพาะตอนที่สตาร์ทรถเท่านั้น หากคุณไม่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าของรถจักรยานยนต์ ควรนำรถเข้ารับบริการติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญการ ณ ศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันการสิ้นสุดการรับประกันของตัวรถ
นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์นำทางกับรุ่นปีของรถมอเตอร์ไซค์ อินเตอร์เฟสการเชื่อมต่อ ขนาดของแฮนด์บาร์ ตำแหน่งการติดตั้ง และความถูกต้องตามกฎหมายจราจรจากเอกสารคู่มือของตัวรถและผลิตภัณฑ์โดยละเอียดก่อนการตัดสินใจซื้อเสมอ โดยห้ามคาดเดาความเข้ากันได้จากชื่อเรียกประเภทสินค้าทั่วไปเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การใช้มือถือติดที่จับทำให้กล้องมือถือพังจริงหรือไม่?
เป็นความจริงที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง แรงสั่นสะเทือนความถี่สูงที่ส่งผ่านมาจากเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ (โดยเฉพาะเครื่องยนต์ขนาดใหญ่หรือเครื่องยนต์สูบเดี่ยว) สามารถสร้างความเสียหายอย่างถาวรให้กับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัล (OIS) และระบบโฟกัสอัตโนมัติของกล้องสมาร์ทโฟนได้ หากจำเป็นต้องใช้สมาร์ทโฟนนำทาง แนะนำให้เลือกใช้ที่จับโทรศัพท์มือถือแบรนด์คุณภาพสูงที่มีระบบซับแรงกระแทก (Vibration Dampener) ในตัว ซึ่งจะช่วยลดทอนแรงสั่นสะเทือนที่จะส่งผ่านไปยังตัวเครื่องและช่วยยืดอายุการใช้งานของกล้องมือถือได้เป็นอย่างดี
GPS ติดมอไซค์แบบเฉพาะทางสามารถกันน้ำได้ทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ใช่อุปกรณ์ GPS ทุกรุ่นในท้องตลาดจะสามารถกันน้ำได้ในระดับเดียวกัน ผู้ขับขี่จำเป็นต้องตรวจสอบมาตรฐานการกันน้ำหรือค่า IP Rating จากเอกสารคู่มือหรือฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ โดยทั่วไป เครื่อง GPS สำหรับมอเตอร์ไซค์ที่ดีควรมีมาตรฐานการกันน้ำระดับ IPX7 ขึ้นไป ซึ่งหมายถึงความสามารถในการป้องกันน้ำซึมเข้าเครื่องเมื่อจมน้ำลึก 1 เมตรได้นาน 30 นาที จึงจะสามารถทนทานต่อการขับขี่ลุยฝนตกหนักได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าฝาปิดพอร์ตชาร์จหรือช่องใส่การ์ดหน่วยความจำได้รับการปิดสนิทเรียบร้อยทุกครั้งก่อนการล้างรถหรือขับขี่ลุยฝน
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่