การเลือกซื้ออุปกรณ์ป้องกันสำหรับผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ในช่วงฤดูฝนเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่สภาพอากาศแปรปรวนได้ตลอดเวลา การขับขี่ลุยฝนไม่เพียงแต่นำมาซึ่งความเปียกปอนและความไม่สะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเนื่องจากถนนลื่นและทัศนวิสัยที่ลดลงอย่างมาก หนึ่งในแบรนด์อุปกรณ์กันฝนที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในกลุ่มไบค์เกอร์ชาวไทยคือ ชุดกันฝน pole ซึ่งโดดเด่นด้วยการออกแบบที่เน้นการใช้งานจริงบนท้องถนน ความทนทาน และระบบกันน้ำที่มีประสิทธิภาพ แต่การจะเลือกซื้อรุ่นใดให้ตอบโจทย์การขี่และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปนั้น จำเป็นต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน ตั้งแต่รูปแบบการขับขี่ ระยะทาง ไปจนถึงงบประมาณส่วนตัว เพื่อให้ได้ชุดกันฝนที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับการเดินทางของคุณ
ทำไมผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ถึงนิยมใช้ชุดกันฝน Pole
สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องความร้อนชื้นและพายุฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง การเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ท่ามกลางสายฝนจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากสำหรับหลายๆ คน ชุดกันฝนทั่วไปตามท้องตลาดมักผลิตจากวัสดุพลาสติกบางๆ ที่ฉีกขาดได้ง่ายเมื่อต้องปะทะกับลมแรงขณะขับขี่ หรืออาจไม่มีการระบายอากาศที่ดีพอ ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกร้อนอบอ้าวและเหนียวตัวจากเหงื่อไคลเสมือนสวมใส่ถุงพลาสติก แบรนด์ Pole จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการพัฒนาชุดกันฝนที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ชุดกันฝน Pole ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายคือความเข้าใจในสรีระและท่าทางของผู้ขับขี่ขณะอยู่บนรถ การตัดเย็บของแบรนด์นี้จะเผื่อระยะสำหรับการงอเข่า การเอื้อมมือไปจับแฮนด์รถ และการขยับตัวเพื่อควบคุมรถ ทำให้ผู้สวมใส่ไม่รู้สึกตึงรั้งบริเวณเป้ากางเกงหรือช่วงไหล่ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในชุดกันฝนทั่วไป นอกจากนี้ วัสดุที่เลือกใช้ยังมีความทนทานต่อแรงลมปะทะสูง ไม่ฉีกขาดง่ายเมื่อต้องขับขี่ด้วยความเร็วบนถนนหลวง
อีกหนึ่งจุดเด่นที่มองข้ามไม่ได้คือระบบการป้องกันน้ำซึมผ่านที่มีประสิทธิภาพสูง การเย็บผ้ากันฝนโดยทั่วไปจะทิ้งรูเข็มขนาดเล็กไว้ตามแนวตะเข็บ ซึ่งเมื่อขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ แรงลมจะดันน้ำฝนให้ซึมผ่านรูเข็มเหล่านี้เข้ามาด้านในได้อย่างง่ายดาย ผลิตภัณฑ์ของ Pole จึงมีการใช้เทคโนโลยีซีลปิดรอยต่อด้วยความร้อน (Seam Sealing) ตลอดแนวเย็บ เพื่ออุดรอยรั่วซึมทั้งหมดอย่างหนาแน่น ช่วยให้ผู้ขับขี่แห้งสนิทตลอดการเดินทาง และด้วยการออกแบบที่มีสีสันเด่นชัดพร้อมแถบสะท้อนแสงคุณภาพสูง ยิ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ช่วงที่ฝนตกหนักซึ่งมักจะมีแสงสว่างน้อยและทัศนวิสัยย่ำแย่
วิธีเลือกชุดกันฝน Pole ให้เหมาะกับสไตล์การขี่และงบประมาณ
การตัดสินใจเลือกซื้อชุดกันฝนคู่ใจสักชุดหนึ่งเพื่อใช้งานในระยะยาว จำเป็นต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายส่วนร่วมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าชุดที่เลือกจะสามารถทำหน้าที่ป้องกันน้ำและรักษาความปลอดภัยให้กับคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยมีเกณฑ์การพิจารณาดังต่อไปนี้

วัสดุและโครงสร้างเนื้อผ้า เนื้อผ้าของชุดกันฝนส่งผลโดยตรงต่อทั้งความทนทาน น้ำหนัก และความสบายขณะสวมใส่ คุณควรตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์หรือข้อมูลรายละเอียดสินค้าเพื่อดูประเภทของวัสดุที่ใช้ โดยทั่วไปแล้ว ชุดกันฝนคุณภาพสูงมักผลิตจากผ้าไนลอน (Nylon) หรือผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ที่ผ่านกระบวนการเคลือบสารกันน้ำอย่างพียู (Polyurethane) หรือพีวีซี (PVC) ที่ด้านใน ผ้าโพลีเอสเตอร์เคลือบพียูจะให้สัมผัสที่นุ่มนวล ยืดหยุ่นได้ดี น้ำหนักเบา และระบายอากาศได้ดีกว่า ทำให้ไม่รู้สึกร้อนอบอ้าวขณะสวมใส่ ส่วนวัสดุประเภทพีวีซีล้วนจะมีความหนาและแข็งกว่า กันน้ำได้ดีเยี่ยม แต่อาจระบายอากาศได้น้อยกว่าและมีน้ำหนักมากกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานในระยะเวลาสั้นๆ หรือการขับขี่ที่ไม่เน้นความเร็วสูง
ระบบปิดรอยต่อและซิปกันน้ำ รอยต่อระหว่างชิ้นผ้าและแนวซิปคือจุดอ่อนสำคัญที่น้ำฝนมักจะซึมผ่านเข้ามาได้ง่ายที่สุด ในการเลือกซื้อชุดกันฝน Pole คุณควรตรวจสอบว่าบริเวณตะเข็บภายในมีการติดเทปซีลกันน้ำ (Seam Sealed) อย่างเรียบร้อยและไม่มีการเผยอหรือหลุดลอก นอกจากนี้ ตัวซิปหลักของเสื้อควรมีแผ่นผ้าปิดทับ (Storm Flap) อย่างน้อยหนึ่งถึงสองชั้น พร้อมระบบยึดติดด้วยกระดุมแป๊กหรือแถบตีนตุ๊กแก เพื่อป้องกันไม่ให้ลมพัดน้ำฝนเล็ดลอดผ่านร่องซิปเข้ามาปะทะกับหน้าอกของผู้ขับขี่โดยตรง ซึ่งการออกแบบระบบกันน้ำสองชั้นนี้เป็นมาตรฐานสำคัญของชุดกันฝนสำหรับมอเตอร์ไซค์ที่ดี
ความปลอดภัยและแถบสะท้อนแสง การขับขี่ท่ามกลางสายฝนมักมาพร้อมกับทัศนวิสัยที่มืดสลัวและละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายจากล้อรถคันอื่น การมองเห็นจึงเป็นเรื่องของความเป็นความตาย คุณควรเลือกชุดกันฝนที่มีการติดตั้งแถบสะท้อนแสง (Reflective Material) ที่มีขนาดใหญ่และอยู่ในตำแหน่งที่เด่นชัด เช่น บริเวณแผ่นหลังส่วนบน หน้าอก และรอบต้นแขน แถบสะท้อนแสงเหล่านี้จะช่วยสะท้อนไฟหน้าของรถยนต์คันอื่นที่วิ่งตามหลังหรือวิ่งสวนทางมา ทำให้พวกเขาสามารถสังเกตเห็นตัวคุณได้จากระยะไกล ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดเก็บและน้ำหนักสำหรับการพกพา ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณาช่องทางในการจัดเก็บชุดกันฝนบนรถมอเตอร์ไซค์ของคุณ หากรถของคุณเป็นรถสกู๊ตเตอร์ที่มีกล่องเก็บของใต้เบาะ (U-Box) ขนาดใหญ่ คุณอาจไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดพับเก็บมากนัก แต่หากคุณขับขี่รถสปอร์ต รถเนกเก็ต หรือรถครอบครัวทั่วไปที่มีพื้นที่เก็บของจำกัด การเลือกชุดกันฝนที่มีน้ำหนักเบา พับเก็บได้แบนเรียบ และมาพร้อมกับถุงเก็บฝุ่นกันน้ำเฉพาะรุ่นจะช่วยให้คุณสามารถพกพาชุดกันฝนติดตัวไปได้ทุกที่ โดยอาจใส่ไว้ในเป้สะพายหลังหรือรัดไว้กับเบาะท้ายได้อย่างสะดวกสบาย
งบประมาณและความคุ้มค่าในระยะยาว ชุดกันฝนแบรนด์ Pole มีช่วงราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและคุ้มค่าเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพการใช้งาน โดยทั่วไปจะมีราคาตั้งแต่ประมาณ 500 บาทไปจนถึง 1,500 บาทขึ้นอยู่กับวัสดุและฟังก์ชันการใช้งานของแต่ละรุ่น การเลือกซื้อควรคำนึงถึงความถี่ในการใช้งาน หากคุณเป็นผู้ที่ต้องขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปทำงานทุกวันและต้องลุยฝนบ่อยครั้ง การลงทุนในรุ่นที่ใช้วัสดุโพลีเอสเตอร์เคลือบพียูเกรดพรีเมียมซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงกว่า จะช่วยให้คุณได้ชุดที่ทนทาน สวมใส่สบายระบายอากาศดี และใช้งานได้ยาวนานหลายปีโดยไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยครั้ง
รวมประเภทและซีรีส์ยอดนิยมของชุดกันฝน Pole
แบรนด์ Pole ได้ออกแบบและพัฒนาชุดกันฝนออกมาหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการและสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกันของผู้ใช้รถสองล้อ การทำความเข้าใจข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อรุ่นที่เหมาะสมกับตัวเองได้อย่างถูกต้อง
ชุดกันฝนแบบแยกชิ้น (เสื้อและกางเกง)
ชุดกันฝนประเภทแยกชิ้นเสื้อและกางเกงถือเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในกลุ่มผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ทางไกล ไรเดอร์ส่งของ และผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ เนื่องจากโครงสร้างที่แยกส่วนกันทำให้ผู้ขับขี่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการก้าวขึ้น-ลงรถ การเอียงตัวเข้าโค้ง หรือการขยับตัวเพื่อปรับท่าทางการนั่งขับขี่
จุดเด่นที่สำคัญของชุดแบบแยกชิ้นคือประสิทธิภาพการป้องกันลมและน้ำขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง เสื้อกันฝนแบบแยกชิ้นมักจะออกแบบมาให้เข้ารูปและมีระบบปรับกระชับในหลายจุด เช่น แถบตีนตุ๊กแกบริเวณข้อมือ รอบเอว และปลายแขน เพื่อป้องกันไม่ให้ลมตีจนชุดกระพือปีก ซึ่งอาจสร้างความล้าให้กับร่างกายและทำให้เนื้อผ้าฉีกขาดได้ง่ายส่วนกางเกงมักจะมีขอบเอวยางยืดที่กระชับและปลายขาที่สามารถปรับรัดรอบข้อเท้าเพื่อป้องกันน้ำฝนไหลย้อนขึ้นมา ชุดประเภทนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวและความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางระยะไกล
ชุดกันฝนแบบเสื้อคลุม (Poncho)
ชุดกันฝนแบบเสื้อคลุมหรือที่เรียกกันว่าทรงปอนโช เป็นรูปแบบที่เน้นความสะดวกสบายและรวดเร็วในการใช้งานเป็นหลัก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพกพาติดรถไว้เพื่อรับมือกับฝนที่ตกกะทันหันในชีวิตประจำวัน ตัวชุดมีลักษณะเป็นผืนใหญ่สวมคลุมจากศีรษะลงมา ทำให้สามารถสวมใส่ทับเสื้อผ้าปกติและกระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดใหญ่ได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดรองเท้าหรือสัมภาระออกก่อน
อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด สำหรับการใช้งานชุดกันฝนแบบเสื้อคลุมคือ เรื่องของแรงลมขณะขับขี่ เนื่องจากชุดมีลักษณะหลวมและกว้าง ลมปะทะขณะขับขี่จะทำให้เนื้อผ้ากระพืออย่างรุนแรง ซึ่งอาจบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นกระจกข้างหรือหน้าปัดรถ และที่อันตรายที่สุดคือ ชายผ้าที่ปลิวไก่อาจเข้าไปพันกับโซ่ สเตอร์ หรือล้อรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งอาจส่งผลให้ล้อล็อกและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ทันที ดังนั้น ชุดกันฝนแบบเสื้อคลุมจึงเหมาะสำหรับการขับขี่ในซอยหรือการเดินทางระยะสั้นด้วยความเร็วต่ำมากเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้กับการขับขี่บนถนนหลวงหรือการใช้ความเร็วสูงเด็ดขาด
ชุดกันฝนแบบหมีหรือชุดคลุมทั้งตัว
สำหรับผู้ที่ต้องขับขี่ลุยฝนตกหนักเป็นเวลานาน เช่น การเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด หรือการทำงานกลางสายฝนตลอดทั้งวัน ชุดกันฝนแบบชิ้นเดียวหรือชุดหมีคือตัวเลือกที่ให้การป้องกันน้ำได้ดีที่สุด โครงสร้างที่เชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียวตั้งแต่ส่วนคอ ลำตัว ไปจนถึงปลายขา ช่วยขจัดปัญหาการรั่วซึมของน้ำฝนบริเวณขอบเอว ซึ่งมักเป็นจุดอ่อนของชุดแบบแยกชิ้นเมื่อต้องเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง
ในการเลือกซื้อชุดกันฝนแบบหมี คุณควรตรวจสอบขนาดตัวและลองสวมใส่จริงร่วมกับอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ เช่น เสื้อการ์ด เพื่อให้มั่นใจว่าชุดไม่ตึงรั้งจนเกินไปขณะอยู่ในท่าทางขับขี่ เนื่องจากหากชุดตึงเกินไปอาจทำให้ขยับตัวได้ยากและรบกวนการควบคุมรถ นอกจากนี้ เนื่องจากชุดแบบหมีมีโครงสร้างที่ปิดมิดชิดเกือบทั้งหมด จึงควรตรวจสอบว่ามีช่องระบายอากาศ (Ventilation) ที่เหมาะสม เช่น ช่องเปิดระบายลมที่แผ่นหลัง เพื่อช่วยให้อากาศภายในหมุนเวียนได้ดีขึ้นและลดความร้อนอบอ้าวขณะขับขี่
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยและการดูแลรักษา
การมีชุดกันฝนที่ดีและมีคุณภาพสูงอย่าง Pole นั้นเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของการเตรียมพร้อมรับมือกับฤดูฝน อีกครึ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการใช้งานอย่างปลอดภัยและการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อให้ชุดกันฝนสามารถปกป้องคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
ความปลอดภัยขณะขับขี่และการเก็บชายผ้า ก่อนที่คุณจะสตาร์ทรถและออกเดินทางท่ามกลางสายฝน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการสำรวจความเรียบร้อยของชุดกันฝนที่สวมใส่อยู่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนใดของชุดที่ปล่อยทิ้งไว้รุ่มร่าม โดยเฉพาะชายเสื้อกันฝนและปลายขากางเกง ควรใช้แถบปรับกระชับหรือตีนตุ๊กแกที่ตัวชุดรัดให้แน่นกระชับกับข้อมือและข้อเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้ชายผ้าปลิวไปเกี่ยวติดกับโซ่ สเตอร์ หรือพักเท้ารถมอเตอร์ไซค์ นอกจากนี้ ต้องระมัดระวังไม่ให้เนื้อผ้าสัมผัสกับท่อไอเสียที่กำลังร้อนจัดโดยตรง เพราะความร้อนสูงจะทำให้เนื้อผ้าละลายเสียหายทันที และอาจก่อให้เกิดอันตรายจากการเสียหลักได้
การดูแลรักษาแถบสะท้อนแสงและการมองเห็น แถบสะท้อนแสงบนชุดกันฝนเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ช่วยชีวิตผู้ขับขี่มาแล้วมากมายในสภาวะที่ทัศนวิสัยย่ำแย่ คุณควรหมั่นตรวจสอบสภาพของแถบสะท้อนแสงอยู่เสมอ หากมีคราบดิน คราบโคลน หรือคราบน้ำมันเกาะติดอยู่ ควรรีบทำความสะอาดทันทีเนื่องจากคราบสกปรกเหล่านี้จะบดบังการสะท้อนแสง ทำให้รถคันอื่นมองเห็นคุณได้ยากขึ้นในเวลากลางคืน และหากพบว่าแถบสะท้อนแสงเริ่มหลุดลอกหรือเสื่อมสภาพจนไม่สามารถสะท้อนแสงได้ดีดังเดิม ควรพิจารณาเปลี่ยนชุดใหม่เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง
วิธีการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน เพื่อเป็นการรักษาประสิทธิภาพของสารเคลือบกันน้ำภายนอกและเทปซีลตะเข็บภายใน คุณควรหลีกเลี่ยงการนำชุดกันฝนไปซักในเครื่องซักผ้าโดยเด็ดขาด เนื่องจากแรงปั่นและแรงบิดของเครื่องซักผ้าจะทำให้เนื้อผ้าและรอยต่อเกิดความเสียหาย วิธีการทำความสะอาดที่ดีที่สุดคือการซักด้วยมือ โดยใช้น้ำสะอาดหรือน้ำสบู่อ่อนๆ เท่านั้น หากมีคราบสกปรกฝังลึก ให้ใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้ำชุบน้ำสบู่เช็ดถูเบาๆ ห้ามใช้แปรงขนแข็งขัดถูเนื้อผ้า และห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาฟอกขาว หรือผงซักฟอกที่มีสารเคมีรุนแรงเด็ดขาด เพราะจะทำให้สารเคลือบกันน้ำเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว
การตากและการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี หลังจากทำความสะอาดชุดกันฝนเรียบร้อยแล้ว ควรนำไปแขวนตากบนไม้แขวนเสื้อในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ห้ามนำไปตากแดดจัดโดยตรงหรือใช้เครื่องอบผ้าที่มีความร้อนสูง เนื่องจากความร้อนจะทำให้สารเคลือบกันน้ำละลายและทำให้เนื้อผ้าพลาสติกหรือยางยืดเกิดการเปื่อยและกรอบแตกได้ง่าย เมื่อชุดกันฝนแห้งสนิทดีแล้ว (รวมถึงซับในตาข่ายด้านใน) ให้พับเก็บอย่างเบามือใส่ไว้ในถุงเก็บเฉพาะ และควรเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการเก็บไว้ใต้เบาะรถมอเตอร์ไซค์เป็นเวลานานในช่วงที่ไม่ได้ใช้งาน เนื่องจากความร้อนสะสมจากเครื่องยนต์ใต้เบาะอาจทำให้ชุดกันฝนเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ชุดกันฝน Pole สามารถซักเครื่องได้หรือไม่?
คุณไม่ควรนำชุดกันฝน Pole ไปซักด้วยเครื่องซักผ้าไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้าประเภทใดก็ตาม เนื่องจากระบบการทำงานของเครื่องซักผ้าที่มีทั้งการหมุน การเหวี่ยง และการบิดตัวของถังซัก จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างของชุดกันฝน โดยเฉพาะเทปซีลรอยต่อความร้อน (Seam Tape) ที่ปิดทับรอยเย็บด้านในอาจหลุดลอกออก และสารเคลือบกันน้ำ (Durable Water Repellent) ที่อยู่บนผิวผ้าด้านนอกอาจถูกทำลาย ส่งผลให้ชุดกันฝนสูญเสียประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำและเกิดการรั่วซึมในที่สุด วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดคือการซักมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ พร้อมใช้ฟองน้ำเช็ดคราบสกปรกออกอย่างเบามือ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุด
ควรเลือกขนาดชุดกันฝนให้ใหญ่กว่าขนาดตัวจริงหรือไม่?
สำหรับการเลือกซื้อชุดกันฝนมอเตอร์ไซค์ แนะนำให้คุณเลือกขนาดที่ใหญ่กว่าขนาดร่างกายปกติของคุณประมาณ 1 ถึง 2 ไซส์ (Oversize) เสมอ เนื่องจากในการใช้งานจริง คุณจำเป็นต้องสวมใส่ชุดกันฝนทับเสื้อผ้าปกติที่คุณสวมใส่อยู่ หรือในบางกรณีอาจต้องสวมทับเสื้อแจ็คเก็ตการ์ดป้องกันอุบัติเหตุที่มีความหนาและเทอะทะ การเลือกขนาดที่ใหญ่ขึ้นจะช่วยให้คุณสามารถสวมใส่และถอดชุดกันฝนได้อย่างสะดวกรวดเร็วเมื่อฝนตกกะทันหัน และช่วยให้ไม่รู้สึกตึงรั้งขณะขับขี่ อย่างไรก็ตาม ควรระวังไม่เลือกขนาดที่ใหญ่เกินไปจนหลวมโคร่งและมีชายผ้ายาวรุ่มร่าม เพราะลมปะทะขณะขับขี่จะทำให้ชุดกระพืออย่างรุนแรง ซึ่งอาจเข้าไปเกี่ยวติดกับชิ้นส่วนหมุนของรถมอเตอร์ไซค์หรือบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่จนก่อให้เกิดอันตรายได้
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่